ภาพพุทธประวัติสวยงาม พร้อมคำบรรยายภาพ

สำหรับการเขียนคำบรรยายตามภาพประกอบนี้ ผมเขียนขึ้นจากที่ได้อ่านได้ศึกษาเรียนรู้ตามๆ กันมานะครับ (เขาเล่ามาอย่างไรก็ว่าตามนั้น) หากผิดพลาดประการใด...

ร้านค้าออนไลน์ ทำไว้ขายคนต่างชาติ ขายดีทีเดียวเชียว

หลังจากตั้งใจหันมาโฟกัสงานด้าน eCommerce ผมก็เริ่มทำเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อขายสินค้าออนไลน์และวางแผนขายทั่วโลกผ่านเว็บบริการต่างๆ อย่างเช่น อเมซอน อีเบย์ และที่อื่นๆ เพื่อใช้เป็นสื่อในการโปรโมต เว็บ www.aromascented.com ที่ผมทำขึ้นมา ซึ่งเป็นเว็บที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องหอม น้ำมันหอมอโรม่าสปา...

บล็อกกระผมเองครับ BeBoyzself.com

ติดตามเรื่องราวความเป็นบอยซ์ได้ที่ www.beboyzself.com บล็อกที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวในชีวิต ความฝัน เป้าหมาย ความผิดพลาดของชีวิต และ การเดินทางท่องเที่ยวของนายบอยซ์ สนุกบ้าง ฮาบ้าง เศร้าบ้าง ก็เพราะมันคือชีวิต!! คุณพร้อมที่จะก้าวเดินเคียงข้างไปกับเรื่องราวต่างๆ ผ่านบล็อกของผมแล้วรึยัง?

ไม่รู้มันประท้วงอะไรกัน รูปติดมากะธีมนี้

รูปนี้สงสัยจะออกมาประท้วง พรบ นิรโทษกรรม แน่ๆ เลย ขนาดฝรั่งหัวแดงมันยังด่า พรบ here 5 นี้เลย อายเค้ามั๊ย!! ผู้นำประเทศหญิงคนแรกของใคร เอ๊ย... ของไทย หึหึ

ไปปั่นกันเถอะ วันนี้คุณออกกำลังกายแล้วหรือยัง?

ช่วงนี้กระแสปั่นจักรยานมาแรงจริงๆ ครับ การปั่นจักรยานเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรเร็วจนเกินไป เคารพกฎจราจร และดูแลความปลอดภัยตัวเองให้ดี เมื่ออยู่บนท้องถนนด้วยนะครับ ขอให้สนุกกับการปั่นครับ เจอผมปั่นอยู่เข้ามาทักกันได้นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก...

Thursday, October 30, 2008

เพลงลอยกระทง

วันนี้ยังไม่รู้จะอัพเดทบล็อกด้วยเรื่องอะไรดี เลยเอาเพลงลอยกระทงมาฝากกันดีกว่าครับ

เนื้อเพลง รำวงลอยกระทง Loykatong lyrics

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง
เราทั้งหลายชายหญิง
สนุกกันจริง วันลอยกระทง
ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง

รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง
เราทั้งหลายชายหญิง
สนุกกันจริง วันลอยกระทง

ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง

รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ


ลอยกระทง วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 2008 นี้นะครับ

BoyD

Wednesday, October 29, 2008

ประกาศจาก บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด - Microsoft

ประกาศจาก บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

ต่อกรณีอีเมล์หลอกลวงให้หลงเชื่อว่าไมโครซอฟท์จะมอบเงินแก่ผู้ที่ส่งอีเมล์จากไมโครซอฟท์ต่อให้เพื่อน

จากการที่ขณะนี้มีการส่งต่ออีเมล์ที่มีเนื้อหาแจ้งว่า “บริษัท ไมโครซอฟท์ ทำการสำรวจการตลาดผู้ที่ใช้ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตของไมโครซอฟท์ โดยแจกเงินให้กับผู้ส่งอีเมล์ต่อไปให้เพื่อน” อย่างแพร่หลายต่อๆ กันไปซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ได้รับอีเมล์ดังกล่าวนั้น

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอแจ้งให้ทราบว่าอีเมล์ดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด และบริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการสำรวจข้อมูลหรือมอบเงินในลักษณะดังกล่าวแก่ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์โซลูชั่นหรือโปรแกรมใดๆ ของไมโครซอฟท์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์จะดำเนินการสำรวจข้อมูลและความคิดเห็นจากลูกค้าผ่านตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากไมโครซอฟท์อย่างเป็นทางการเท่านั้น หากผู้ใดได้รับอีเมล์ดังกล่าวโปรดอย่าหลงเชื่อ หรือส่งต่อให้เพื่อนโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือเสี่ยงต่อระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของท่าน

เพื่อหลีกเลี่ยงอีเมล์ไม่พึงปรารถนา ไมโครซอฟท์มีข้อแนะนำเบื้องต้นให้ท่านปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

1. อย่ารับ หรือส่งต่ออีเมล์จากบุคคลที่ท่านไม่รู้จัก
2. หลีกเลี่ยงการดำเนินการตามในกรณีที่ผู้ส่งเสนอที่จะมอบเงินจำนวนใดจำนวนหนึ่งให้กับท่านหากท่านไม่ได้ทำอะไรให้ หรือหากท่านให้ความช่วยเหลือเพียงน้อยนิด
3. หลีกเลี่ยงการดำเนินการตามในกรณีที่ท่านถูกขอให้มอบเงินให้กับกิจกรรมต้องสงสัย ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ หรือค่าดำเนินการในการประสานงานที่ท่านไม่แน่ใจ
4. หลีกเลี่ยงการดำเนินการตามในกรณีที่ท่านถูกขอรายละเอียดเกี่ยวกับเลขบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลส่วนบุคคลด้านการเงินอื่นๆ แม้ว่าผู้ส่งจะยื่นข้อเสนอในการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของท่าน
5. หลีกเลี่ยงการดำเนินการตามในกรณีที่การร้องขอให้ดำเนินการมีลักษณะเร่งด่วนผิดปกติ
6. หลีกเลี่ยงการดำเนินการตามในกรณีที่การร้องขอให้ดำเนินการเน้นย้ำเรื่องการรักษาความลับในลักษณะซ้ำซากไปมาอย่างมีพิรุธ
7. หลีกเลี่ยงการดำเนินการตามในกรณีที่ผู้ส่งเสนอที่จะส่งสำเนาเอกสารยืนยันจากภาครัฐ ข้อมูลจากธนาคาร หรือหลักฐานที่บ่งชี้ว่ากิจกรรมของเขาถูกต้อง และได้รับการรับรองทางกฎหมาย (ซึ่งนั่นคือรูปแบบการหลอกลวงอย่างหนึ่ง)

หากท่านมีข้อสงสัยในการระมัดระวังและปฏิบัติตนให้ถูกต้องในการหลีกเลี่ยงอีเมล์ที่ไม่พึงปรารถนาท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.microsoft.com/protect/yourself/email/default.mspx.

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คุณเพชราภรณ์ เจริญนิพนธ์วานิช บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร 02-257-4817
petchac@microsoft.com

คุณศุภาดา ชัยวงษ์ บริษัท ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน
โทร 02- 627-3501 ต่อ 209
sjaidee@th.hillandknowlton.com

เรื่องราวของเทศกาลลอยกระทงที่ผมยังไม่รู้

สวัสดีครับ วันนี้ก้อเข้ามาเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ลอยกระทง อีกแล้ว ไม่ได้ตั้งใจจะไปแข่ง SEO กับโครงการที่พวกเขากำลังแข่งทำอันดับกันอยู่นะครับ เพียงแต่ผมลองนั่งๆ หาข้อมูลเกี่ยวกับลอยกระทงอยู่ เพราะรู้ว่าตัวเอง โตมาอายุก้อเยอะประมาณหนึ่งแล้ว แต่ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับเรื่องความเป็นไทยๆ ยังมีอยู่น้อยมาก อย่างเรื่อง ลอยกระทง นี้ ได้เรียนก้อตอนประถม หากผมจำไม่ผิด มาจนถึงปัจจุบันนี้ลืมไปหมดแล้วครับ ว่าประเพณีลอยกระทง แท้จริงดั้งเดิมมีประวัติความเป็นมาอย่างไร รู้แต่ วันเพ็ญเดือน 12 เนี๊ยแหล่ะ ลอยกระทง แหะ แหะ อายเด็ก อายหลาน มากเลยครับ เขาถามแล้วเราตอบได้ไม่เต็มปาก ว่า ประเพณีลอยกระทง ดั้งเดิมมาจากไหน มาได้อย่างไร วันนี้เลยตั้งใจเอาข้อมูลเกี่ยวกับวันลอยกระทงมาลงไว้ เผื่อเพื่อนๆพี่ๆ จะได้อ่านกันด้วยครับ

เทศกาลลอยกระทง

ประวัติความเป็นมา

คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้

1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา
2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร
3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล

ประวัติการลอยกระทงในเมืองไทย

การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือ ลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา

การลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท

รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ที่ไปปรากฏอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ คือ ครั้งหนึ่งพญานาคทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ พญานาคทูลขออนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐานรอบพระพุทธบาทไว้ที่หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลายได้สักการะ บูชา

การลอยกระทงที่มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ยังมีอีก 2 เรื่อง คือ

1. การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ และ
2. การลอยกระทงเพื่อต้อนรับพระพุทธองค์ในวันที่เสด็จกลับจากเทวโลก

ตำนานการลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี

เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกจากพระนครกบิลพัสดุ์ในเวลากลางคืนด้วยม้ากัณฐกะ พร้อมนายฉันทะมหาดเล็กผู้ตามเสด็จ ครั้นรุ่งอรุณก็ถึงฝั่งแม่น้ำอโนมานที เจ้าชายทรงขับม้ากัณฐกะกระโจนข้ามแม่น้ำไปโดยสวัสดี

เมื่อทรงทราบว่าพ้นเขตกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว เจ้าชายสิทธัตถะจึงเสด็จลงประทับเหนือหาดทรายขาวสะอาด ตรัสให้นายฉันทะนำเครื่องประดับและม้ากัณฐกะกลับพระนคร ทรงตั้งพระทัยปรารภจะบรรพชา โดยเปล่งวาจา "สาธุ โข ปพฺพชฺชา" แล้ว จึงทรงจับพระเมาลีด้วยพระหัตถ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ตัดพระเมาลี แล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ พระอินทร์ได้นำผอบทองมารองรับพระเมาลีไว้ และนำไปบรรจุยังพระจุฬามณีเจดียสถานในเทวโลก

พระจุฬามณีตามปกติมีเทวดาเหาะมาบูชาเป็นประจำแม้พระศรีอริยเมตไตรยเทวโพธิสัตว์ซึ่งในอนาคต จะมาจุติบนโลกและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งก็ยังเสด็จมาไหว้ การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี จึงถือเป็นการไหว้บูชาพระศรีอริยไตรยด้วย

ตำนานการลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชจนได้บรรลุธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว หลังจากเผยพระธรรมคำสั่งสอนแก่สาธุชนโดยทั่วไปได้ระยะหนึ่ง จึงเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาธรรมโปรดพระพุทธมารดา ครั้งจำพรรษาจนครบ 3 เดือน พระองค์จึงเสด็จกลับลงสู่โลกมนุษย์ เมื่อท้าวสักกเทวราชทราบพุทธประสงค์ จึงเนรมิตบันไดทิพย์ขึ้น อันมี บันไดทอง บันไดเงิน และบันไดแก้ว ทอดลงสู่ประตูเมืองสังกัสสนคร บันไดแก้วนั้นเป็นที่ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จลง บันไดทองเป็นที่สำหรับเทพยดาทั้งหลายตามส่งเสด็จ บันไดเงินสำหรับพรหมทั้งหลายส่งเสด็จ

ในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ครั้งนี้ เหล่าทวยเทพและประชาชนทั้งหลาย ได้พร้อมใจกันทำ การสักการบูชาด้วยทิพย์บุปผามาลัย การลอยกระทงตามคตินี้ จึงเป็นการรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากดาวดึงส์พิภพ (เป็นตำนานเดียวกับประเพณีการตักบาตรเทโวรับเสด็จพระพุทธองค์ลงจากดาวดึงส์)

การลอยกระทง เพื่อบูชาพระนารายณ์บรรทมสินธุ์

ยังมีพิธีการลอยกระทงตามคติพราหมณ์อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งกระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้า คือ พระนารายณ์ที่บรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร นิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 หรือ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 เป็น 2 ระยะ จะทำในกำหนดใดก็ได้

ตำนานการลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม

นิทานต้นเหตุเกี่ยวกับอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นนิทานชาวบ้าน กล่าวถึงเมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ มีกาเผือกสองตัวผัวเมียทำรังอยู่บนต้นไม้ในป่าหิมพานต์ใกล้ฝั่งแม่น้ำ วันหนึ่งกาตัวผู้ออกไปกากินแล้วหลงทานกลับรังไม่ได้ ปล่อยให้นางกาตัวเมียซึ่งกกไข่อยู่ 5 ฟองรอด้วยความกระวนกระวายใจ จนมีพายุใหญ่พัดรังกระจัดกระจาย ฟองไข่ตกลงน้ำ แม่กาถูกลมพัดไปทางหนึ่ง

เมื่อแม่กาย้อนกลับมามีรังไม่พบฟองไข่ จึงร้องไห้จนขาดใจตาย ไปเกิดเป็นท้าวพกาพรหมอยู่ในพรหมโลก ฟองไข่ทั้ง 5 นั้นลอยน้ำไปในสถานที่ต่างๆ บรรดาแม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โคและแม่ราชสีห์ มาพบเข้า จึงนำไปรักษาไว้ตัวละ 1 ฟอง ครั้งถึงกำหนดฟักกลับกลายเป็นมนุษย์ทั้งหมดไม่มีฟองไหนเกิดมาเป็นลูกกาตามชาติกำเนิดเลย กุมารทั้ง 5 ต่างเห็นโทษภัยในการเป็นฆราวาสและเห็นอานิสงส์ในการบรรพชา จึงลามารดาเลี้ยงไปบวชเป็นฤาษีทั้ง 5 ได้มีโอกาสพบปะกันและถามถึงนามวงศ์และมารดาของกันและกัน จึงทราบว่าเป็นพี่น้องกัน ฤาษีทั้ง 5 มีนามดังนี้

คนแรก ชื่อ กกุสันโธ (วงศ์ไก่)
คนที่สอง ชื่อ โกนาคมโน (วงศ์นาค)
คนที่สาม ชื่อ กัสสโป (วงศ์เต่า)
คนที่สี่ ชื่อ โคตโม (วงศ์โค)
คนที่ห้า ชื่อ เมตเตยโย (วงศ์ราชสีห์)

ต่างตั้งจิตอธิษฐาน ว่าถ้าต่อไปจะได้ไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า ขอให้ร้อนไปถึงมารดา ด้วยแรงอธิษฐาน ท้าวพกาพรหมจึงเสด็จมาจากเทวโลก จำแลงองค์เป็นกาเผือก แล้วเล่าเรื่องราวแต่หนหลังให้ฟัง พร้อมบอกว่าถ้าคิดถึงมารดา เมื่อถึงเพ็ญเดือน 11 เดือน 12 ให้เอาด้ายดิบผูกไม้ตีนกา ปักธูปเทียนบูชาลอยกระทงในแม่น้ำ ทำอย่างนี้เรียกว่าคิดถึงมารดา แล้วท้าวพกาพรหมก็ลากลับไป

ตั้งแต่นั้นมา จึงมีการลอยกระทงเพื่อบูชาท้าวพกาพรหม แล้วเพื่อบูชารอยพระบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ส่วนฤาษีทั้ง 5 ต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ดังนี้

ฤาษีองค์แรก กกุสันโธ ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระกกุสันโธ
ฤาษีองค์ที่สอง โกนาคมโน ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระโกนาคมน์
ฤาษีองค์ที่สาม กัสสโป ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระกัสสปะ
ฤาษีองค์ที่สี่ โคตโม ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระสมณโคดม
ฤาษีองค์ที่ห้า เมตเตยโย ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระศรีอาริยเมตไตรย

พระพุทธเจ้า 3 พระองค์แรก ได้มาบังเกิดบนโลกแล้วในอดีตกาล พระพุทธเจ้าองค์ที่ 4 คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 คือ พระพุทธเจ้าที่จะมาบังเกิดบนโลกในอนาคต ได้แก่ พระศรีอาริยเมตไตรย

ตำนานการลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตต์

การลอยกระทงเพื่อบุชาพระอุปคุตต์นี้ เป็นประเพณีของชาวเหนือและชาวพม่า พระอุปคุตต์เป็นพระอรหันต์เถระหลังสมัยพุทธกาล โดยมีตำนานความเป็นมาดังนี้

เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้โปรดให้สร้างพระสถูปเจดีย์และพุทธวิหารขึ้นทั่วชมพูทวีป มหาวิหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ "อโศการาม" ซึ่งตั้งอยู่ในเขตแคว้นมคธ หลังจากที่สร้างพระสถูปเจดีย์ถึง 84,000 องค์สำเร็จแล้ว พระเจ้าอโศกทรงมีพระราชประสงค์จะนำพระบรมสารีริกธาตุของสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปบรรจุในในพระสถูปต่างๆ และบรรจุในพระมหาสถูปองค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่มีความสูงประมาณครึ่งโยชน์ และประดับประดาด้วยแก้วต่างๆ ประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาให้ปาฎลีบุตร อีกทั้งต้องการให้มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เป็นเวลา 7 ปี 7 เดือน 7 วัน

แต่ด้วยเกรงว่าพญามารจะมาทำลายพิธีฉลอง มีเพียงพระอุปคุตต์ที่ไปจำศีลอยู่ในสะดือทะเลเพียงท่านเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถปราบพญามารได้ เมื่อพระอุปคุตต์ปราบพญามารจนสำนึกตัวหันมายึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้ว พระอุปคุตต์จึงลงไปจำศีลอยู่ในสะดือทะเลตามเดิม

พระอุปคุตต์นี้ไทยเรียกว่า พระบัวเข็ม ชาวไทยเหนือหรือชาวอีสานและชาวพม่านับถือพระอุปคุตต์มาก ชาวพม่าไม่ว่าจะมีงานอะไรเป็นต้องนิมนต์มาเช้าพิธีด้วยเสมอ ไทยเราใช้บูชาในพิธีขอฝนหรือพิธีมงคล ฯลฯ

การลอยกระทงของชาวเหนือ (ยี่เป็ง)

การลอยกระทงของชาวเหนือ นิยมทำกันในเดือนยี่เป็ง (คือเดือนยี่หรือเดือนสอง เพราะนับวันเร็วกว่าของเรา 2 เดือน) เพื่อบูชาพระอุปคุตต์ซึ่งเชื่อกันว่าท่านบำเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล ตรงกับคติของชาวพม่า

การลอยกระทงของชาวอีสาน (ไหลเรือไฟ)

การลอยกระทงในภาคอีสาน เรียกว่าเทศกาลไหลเรือไฟจัดเป็นประเพณียิ่งใหญ่ในจังหวัดนครพนม โดยการนำหยวกกล้วยหรือวัสดุต่างๆ มาตกแต่งเป็นรูปพญานาคและรูปอื่นๆ ตอนกลางคืนจุดไฟปล่อยให้ไหลไปตามลำน้ำโขงดูสวยงามตระการตา

นอกจากนี้ยังมีประเพณีลอยกระทงในประเทศต่างๆ เช่นที่เขมร จีน อินเดีย โดยมีคติความเชื่อและประวัติความเป็นมาตรงกันบ้างแตกต่างกันไปบ้าง

การลอยกระทงในปัจจุบัน

การลอยกระทงในปัจจุบัน ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ได้ตามสมควร เมื่อถึงวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 12 ชาวบ้านจะจัดเตรียมทำกระทงจากวัสดุที่หาง่ายตามธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วยและดอกบัว นำมาประดิษฐ์เป็นกระทงสวยงาม ปักธูปเทียนและดอกไม้เครื่องสักการบูชา ก่อนทำการลอยในแม่น้ำก็จะอธิษฐานในสิ่งที่มุ่งหวัง พร้อม ขอขมาต่อพระแม่คงคา ตามคุ้มวัดหรือสถานที่จัดงานหลายแห่ง มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ และมีมหรสพสมโภชในตอนกลางคืน นอกจากนั้นยังมีการจุดดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ซึ่งในการเล่นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วัสดุที่นำมาใช้กระทง ควรเป็นของที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ

เทศกาลเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

งานลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่จัดขึ้นที่จังหวัดสุโขทัยเป็นงานระดับประเทศ เรียกว่า เทศกาลเผาเทียนเล่นไฟ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศไปร่วมสนุกสนานกันเป็นประจำมากทุกปี

พิธีจองเปรียงเทศกาลลอยกระทงของสุโขทัยในสมัยโบราณ

ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้กล่าวถึงพิธีจองเปรียงไว้ดังนี้

พอถึงการพระราชพิธีจองเปรียงในวันเพ็ญเดือน 12 เป็นนักขัตฤกษ์ชักโคมลอยบรรดาประชาชนชายหญิงต่างตกแต่งโคมชักโคมแขวนโคมลอยทุกตระกูลทั่วทั้งพระนคร แล้วก็ชวนกันเล่นมหรสพสิ้นสามราตรีเป็นเยี่ยงอย่าง แต่บรรดาข้าเฝ้าฝ่ายราชบุรุษนั้น ต่างทำโคมประเทียบบริวารวิจิตรด้วยลวดลายวาดเขียนเป็นรูปสัณฐานต่างๆ ประกวดกันมาชักมาแขวนเป็นระเบียบเรียบราบตามแนวโคมชัยเสาระหงตรงหน้าพระที่นั่งชลพิมาน ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระราชอุทิศสักการพระมหาเกศธาตุจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์
ฝ่ายพระสนมกำนัลก็ทำโคมลอยร้อยด้วยบุปผชาติเป็นรูปต่างๆ ประกวดกันถวายให้ทรงอุทิศบูชาพระพุทธบาทซึ่งประดิษฐานยังนัมมทานทีแลข้าน้อย(นางนพมาศ) ก็กระทำโคมลอยคิดตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมพระสนมกำนัลทั้งปวง

ครั้นเวลาพลบค่ำ สมเด็จพระร่วงเจ้าเสด็จลงพระที่นั่งชลพิมานพร้อมด้วยอัครชายา พระบรมวงศ์และพระสนมกำนัลนางท้าวชาวชะแม่ทั้งปวง พราหมณ์ก็ถวายเสียงสังข์อันเป็นมงคล ชาวพนักงานก็ชักสายโคมชัยโคมประเทียบบริวารขึ้นพร้อมกัน เพื่อจะให้ทรงพระราชอุทิศสักการบุชาพระจุฬามณี ฝ่ายนางท้าวชาวชะแม่ก็ลอยโคมพระราชเทพี พระวงศานุวงศ์โคมพระสนมกำนัล ก็เป็นลำดับกันลงมา ถวายให้ทอดพระเนตรและทรงพระราชอุทิศ

ครั้นถึงโคมรูปดอกกระมุทของข้าน้อย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตร พลางทางตรัสชมว่าโคมลอยอย่างนี้วามประหลาด ยังหาเคยมีไม่ เป็นโคมของผู้ใดคิดกระทำ ท้าวศรีราชศักดิโสภาก็กราบบังคมทูลว่าโคมของนพมาศธิดาพระศรีมโหสถ..... ครั้นสมเด็จพระร่วงเจ้าทรงสดับ ก็ดำรัสว่าข้าน้อยนี้มีปัญญาฉลาดสมกับที่เกิดในตระกูลนักปราชญ์..... จึงมีพระราชบริหารบำหยัดสาปสรรว่า แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงการกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 พระราชพิธีจองเปรียงแล้วก็ให้กระทำโคมลอยเป็นรูปดอกกระมุทอุทิศ สักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน อันว่าโคมลอยรูปดอกกระมุท (ดอกบัว) ก็ปรากฏมาจนเท่าทุกวันนี้.......

บทส่งท้าย

ประเพณีการลอยกระทง น่าจะเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรม ซึ่งต้องมีน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญญาหารเจริญงอกงามอุดมสมบูรณ์ จึงมีการลอยกระทงไปตามกระแสน้ำ เพื่อขอบคุณพระแม่คงคาหรือเทพเจ้าแห่งน้ำ อีกทั้งเป็นการแสดงความคารวะขออภัยที่ได้ลงอาบ หรือปล่อยสิ่งปฏิกูลลงน้ำ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งเป็นการบูชาเทพเจ้าตลอดจนรอยพระพุทธบาท พระเจดีย์จุฬามณีฯลฯ ตามคติความเชื่อ

หลังจากทำพิธีลอยกระทงแล้ว ก็จัดให้มีการละเล่นรื่นเริงสนุกสนาน เช่น การละเล่นพื้นเมือง การเล่นเพลงเรือ รำวงฯลฯ อันเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ

ความมุ่งหมายของการลอยกระทงมีอยู่หลายประการ เช่น การขอขมาต่อพระแม่คงคาการบูชารอบพระพุทธบาท การลอยเคราะห์โรคภัยและทุกข์โศกให้ไหลไปกับสายน้ำ ฯลฯ กิจกรรมดังกล่าวนี้จะจัดขึ้นในเดือน 12 โดยนับวันตามจันทรคติ หรือราวเดือนพฤศจิกายน

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันลอยกระทง

1. นำกระทงไปลอยตามแม่น้ำลำคลอง หรือตามแหล่งน้ำที่มีการจัดพิธี
2. ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในวันลอยกระทง เช่น การประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ การละเล่นพื้นเมือง เช่น รำวง เพลงเรือ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทย
3. จัดนิทรรศการ หรือพิธีการลอยกระทง เพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์ประเพณีไทย
4. จัดรณรงค์ให้มีการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาทำกระทง เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะแก่แม่น้ำลำคลอง

สรุปเหตุผลในการลอยกระทง

1. เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทและบูชาเทพเจ้า ตามคติความเชื่อ
2. เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้ มิให้สูญหายไปตามกาลเวลา
3. เพื่อรู้ถึงคุณค่าของน้ำหรือแม่น้ำลำคลอง อันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการ

ข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทงนี้ ผมต้องขอขอบคุณ

เว็บไซต์ http://www.banfun.com/culture/loykrathong.html
อ้างอิง : ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย เรียบเรียงโดย ธนากิต

ขอบคุณสำหรับข้อมูลและเรื่องราวดีดีมากๆครับ

BoyD

Tuesday, October 28, 2008

ลอยกระทง (Loikrathong - Loy Krathong)

ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทง กันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง... แหะ แหะ

วันนี้เข้าบอร์ด SEM เห็นพี่หมอมาประกาศแข่งขัน SEO ด้วย Keyword "ลอยกระทง" เห็นว่าน่าสนใจดี เลยนำมาประกาศต่อ หากใครสนใจจะแข่งขัน ชิงถ้วยพี่หมอ (Dochost) สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่นี้ครับ

http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,41541.msg545376/topicseen.html#new

พี่หมอบอกว่ามีเวลา 15 วัน เอากะคำว่า ลอยกระทง หรือ ใครจะลองทำเล่นๆดูก้อไม่ว่ากันนะครับ

ผมเองยังไม่รู้เลยครับ ปีนี้เขา ลอยกระทง กันวันที่เท่าไหร่ แล้วยังงัยปีนี้ อย่าลืมไป ลอยกระทง กันนะครับ

BoyD

Template Theme Blogger Blogspot ที่ทำเงินให้ผม

ขึ้นหัวไตเติ้ลมา ก้อน่าตื่นเต้นเลยทีเดียว

Theme ที่ผมใช้อยู่นี้ ผมคัดแปลงนิดหน่อยจากผู้ให้บริการฟรี Free Download Theme ที่เว็บ www.eblogtemplates.com ครับ ผมใช้ Theme นี้มานานพอสมควรแล้วแหล่ะครับ

วันนี้เลยนั่งคิดไป คิดมาอยู่เกือบนานว่าจะเอา Template Theme Blogger Blogspot ที่ไปคัดแปลงมานี้ นำมาแจกให้โหลดไปใช้กันเลยจะดีหรือป่าว แต่หากว่าแจกไปแล้ว กลัวว่าจะต้องมานั่ง สอนเรื่อง การเปลี่ยน Code Adsense อีก ซึ่งจริงๆแล้ว หากผมมีเวลา ก้ออยากสอนอยู่ครับ แต่ว่าพอดีช่วงนี้ อาจยุ่งๆอยู่หลายเรื่อง เลยคิดว่าไม่สะดวกที่จะมานั่งอธิบาย ขั้นตอนต่างๆ เอาเป็นว่าหากผมว่างแล้ว และทำรูปแบบนำเสนอการแก้ Code Adsense กับ Theme นี้เสร็จสิ้นประการใดแล้ว จะนำ Template Theme Blogger Blogspot นี้ พร้อมวิธีเปลี่ยน Code Adsense มาแจกให้ไปใช้กันแน่นอนครับ หากใครแก้หรือปรับ Code ต่างๆเองได้ ผมแนะนำเลยนะครับ ว่าลองนำ Template Theme Blogger Blogspot นี้ ไปใช้ดูครับ

ปล.ตัวอย่างบล็อกที่ผมใช้ Theme นี้ ทำเงินกลับมาให้ Best Gadget Reviews ยังไงก้อติชมกันได้นะครับ

BoyD

Tuesday, October 21, 2008

ปืนใหญ่จอมสลัด Queens of Langkasuka

ปืนใหญ่จอมสลัด
กำหนดฉาย : 23 ตุลาคม 2551
แนว : แอ็คชั่น-แฟนตาซี
นำแสดง : สรพงษ์ ชาตรี, จารุณี สุขสวัสดิ์, ชูพงษ์ ช่างปรุง, อนันดา เอเวอริ่งแฮม, เจษฎาภรณ์ ผลดี, วินัย ไกรบุตร, จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม, เอก โอรี, แจ๊คกี้ อภิธนานนท์, แอนนา รีส, อรรถพร ธีมากร, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ, ชาติชาย งามสรรพ์, สุวินิต ปัญจมะวัต, พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์, มนัสนันท์ พัชรโสภาชัย, เมสิณี แก้วราตรี, อริสา สนธิรอด ฯลฯ
กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร

เว็บไซต์ภาพยนตร์

เปิดตำนาน

400 ปีที่แล้ว ลังกาสุกะ รัฐอิสระต้องสูญเสีย รายาบาฮาดูร์ ชาห์ จากการถูกลอบปลงพระชนม์ ราชวงศ์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการสถาปนาองค์หญิงฮีเจา (จารุณี สุขสวัสดิ์) ธิดาคนโตขึ้นเป็นรายาสตรีองค์แรกแห่งลังกาสุกะ แม้รายาฮีเจาจะปกป้องบ้านเมืองอย่างเข้มแข็ง แต่เหล่าแคว้นรอบด้าน รวมทั้งกลุ่มกบฏและโจรสลัดต่างๆ ล้วนหมายจะยึดครองดินแดนอันมั่งคั่งแห่งนี้

จนกระทั่ง ยานิส บรี ปราชญ์แห่งอาวุธชาวดัชท์ เดินทางมาพร้อมกับศิษย์เอกนักประดิษฐ์ชาวจีนนาม ลิ่มเคี่ยม (จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม) เพื่อนำมหาปืนใหญ่ อาวุธที่ดีที่สุดไปถวายรายาฮีเจาใช้ป้องกันบ้านเมือง แต่กลับถูกกลุ่มโจรสลัดที่นำโดยเจ้าชายราไว (เอก โอรี) และ อีกาดำ (วินัย ไกรบุตร) จอมสลัดผู้มีวิชาดูหลำอันแก่กล้า ซุ่มโจมตีเพื่อชิงมหาปืนใหญ่ จนทำให้เรือฮอลันดาระเบิด ยานิส บรีถึงแก่ความตาย กระบอกปืนใหญ่จมลงสู่ก้นทะเล เหลือเพียงแต่ลิ่มเคี่ยมเท่านั้นที่ยังรอดชีวิตอยู่

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเป็นเวลากำเนิดของ ปารี (อนันดา เอเวอริ่งแฮม) เด็กชายชาวเลผู้มีคุณสมบัติพิเศษในตัวที่จะสามารถฝึกวิชาดูหลำขั้นสูงได้ ปารีเติบโตเป็นหนุ่ม พร้อมกับสั่งสมทั้งความสามารถและความแค้นในการสะสางอีกาดำที่ทำให้พ่อและแม่ของตนต้องตาย ลิ่มเคี่ยมซึ่งช่วยชีวิตปารีในครั้งนั้นไว้ได้ หลบมาใช้ชีวิตอยู่กับหมู่บ้านชาวเล พร้อมประดิษฐ์อาวุธพิสดารมากมาย และตั้งกลุ่มก่อกวนตัดกำลังโจรสลัดขึ้น

ในอีกด้าน แม้ลังกาสุกะจะมีทหารเอกฝีมือเยี่ยมอย่าง ยะรัง (ชูพงษ์ ช่างปรุง) แต่ฮีเจาก็ยังจำเป็นต้องให้อูงู (แอนนา รีส) น้องสาวคนเล็กของตนอภิเษกกับเจ้าชายปาหัง (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ลังกาสุกะ แม้อูงูจะไม่เต็มใจก็ตาม ขณะที่ยะรังนั้นกลับตกหลุมรักบิรู (แจ๊คกี้ อภิธนานนท์) องค์หญิงคนรอง แต่กลับไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกนั้นได้

การต่อสู้ของหลายฝ่ายก่อตัวขึ้น จนทำให้ปารีได้มาพบกับอูงู ทั้งคู่หลงไปติดเกาะร้างแห่งหนึ่ง เพื่อรักษาตัวจากบาดแผล ที่นั่น…ปารีได้ฝึกวิชาดูหลำชั้นสูงจาก อาจารย์กระเบนขาว (สรพงษ์ ชาตรี) ปรมาจารย์ทางดูหลำ และค้นพบว่า ดูหลำคือวิชาที่มีทั้งด้านสว่างที่ทรงพลังและด้านมืดที่น่ากลัว ยากจะควบคุมจิตใจเอาไว้ได้ พร้อมกับที่ความรักของทั้งปารีและอูงูได้งอกงามขึ้น

ขณะเดียวกัน ลิ่มเคี่ยมกุญแจสำคัญในการสร้างปืนใหญ่ กลับถูกกลุ่มสลัดจับตัวเป็นเชลยไว้ได้ และถูกบังคับให้ต้องสร้างปืนใหญ่ที่จะนำมาใช้ทำลายล้างรัฐลังกาสุกะ

สงครามครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น โดยลังกาสุกะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะกองทัพโจรสลัดกลับสามารถกู้มหาปืนใหญ่ในตำนานนั้นจากก้นทะเลไว้ได้ ลังกาสุกะเป็นเป้าหมายของการทำลายล้าง มีเพียงยะรังนักรบผู้กล้า, ปัญญาของลิ่มเคี่ยม, อูงูผู้พร้อมสละทั้งชีวิตและความรักเพื่อแผ่นดิน และพลังดูหลำอันลึกลับของปารีเท่านั้น ที่จะต่อกรกับแสนยานุภาพจากกองทัพโจรสลัดเอาไว้ได้

หนังน่าดูอีกเรื่องไปดูกันนะครับ



BoyD

Sunday, October 19, 2008

ไปเกาะสมุย Samui สุราษฎร์ธานี มาคร้าบป๋ม Thailand

สวัสดีครับ หายไปนานไม่ได้อัพเดทบล็อกเลย เพราะว่าเดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไปครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้ไปเกาะสมุย วันที่ 18/10/08 เพิ่งเดินทางกลับมาจากเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงกรุงเทพฯ ตอนตี 4.30 น. เหนื่อยมากครับ และมีอาการจะเป็นไข้เสียด้วยสิ ขอเล่าเรื่องบนเกาะสักหน่อยนะครับ สภาพบนเกาะสมุยเปลี่ยนไปมากพอสมควร แตกต่างจากเมื่อ 20 กว่าปีก่อนที่ผมเคยไปมามาก จากป่าๆ ตอนนั้น ตอนนี้มีแต่ตึก มีแต่บ้าน หอพัก บ้านพัก ห้างร้านต่างๆ เยอะแยะไปหมด มองๆดูแล้วผมกลับหวนนึกถึงธรรมชาติสมัยก่อนโน้น ยิ่งคิดยิ่งเสียดายธรรมชาติที่บนเกาะเคยมี ตอนนี้แค่มองไปบนเขาก้อจะเห็นรีสอร์ตเป็นทิวแถวกันเลยทีเดียว ขณะที่ผมขับรถอยู่บนเกาะสมุยสายหลัก จากหน้าทอน เพื่อมุ่งหน้าไปเฉวง ผ่านเขาลูกหนึ่งเห็นแล้วก้อใจหายครับ เขากำลังตัดเขาทำถนนขึ้นเขาอยู่ คิดว่าคงกำลังจะสร้างรีสอร์ต หรือ โรงแรม หรือ ไม่ก้อร้านอาหาร หรือ ผับต่างๆ แต่หลังจากอยู่ไปอีก 3-4 วัน จึงรู้ว่าเขาตัดเขาทุกด้านที่อยู่บนเกาะครับ เขาบอกเป็นเรื่องธรรมดาๆไปแล้ว ต่อไปเกาะสมุยคงจะไม่มีเขาสักลูกเป็นแน่แท้ คิดแล้วเลือดอนุรักษ์ที่ผมมีอยู่ในตัวเดือดพุ่งออกมาเลยครับ แต่ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ เฮ้อ!!!

จุดมุ่งหมายของผมที่ลงไปเกาะสมุย เพราะคิดถึงครอบครัว พี่น้อง (ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนานมากแล้ว หลายๆปีมาก จนจำไม่ได้ว่ากี่ปี ที่พ่อแม่และพี่น้องจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันครบทุกคน) และอยากทำธุรกิจอะไรสักอย่าง จึงลงไปดูที่ดูทาง แต่พอเห็นสภาพแล้ว มันยิ่งทำให้ผมคิดว่าเราต้องรีบลงมาทำธุรกิจอะไรสักอย่างแล้ว ให้เร็วที่สุด และเราจะไม่ทำลายธรรมชาติอย่างแน่นอน จนผมคิดไปถึงการจัดตั้งสมาคมฯ หรือ มูลนิธิฯ ขึ้นบนเกาะสมุยเลยทีเดียว เพื่อปกป้อง และ พิทักษ์ความเป็นเกาะสมุย รวมถึงสิ่งแวดล้อมบนเกาะสมุยไว้

เรื่องก็มีเท่านี้ครับ คิดไม่ออกแล้วครับ ว่าจะเขียนอะไรดี จริงๆตอนนี้เรื่องมันมีอยู่แต่ในหัวที่มึนๆของผม ไม่สามารถเขียนได้มากไปกว่านี้ ไว้สมองแจ่มใส หายไข้แล้ว ผมจะกลับมาสาธยายให้ได้อ่านกันนะครับ

ปล. อย่างไรก้อแล้วแต่ เกาะสมุยก้อยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าเที่ยวอยู่เช่นเคย



รายชื่อโรงแรมและรีสอร์ตบนเกาะสมุย (Koh Samui Hotels and Resorts Thailand)




BoyD - Phachara

Wednesday, October 8, 2008

เมื่อบล็อกโดนล็อก ครั้งแรก ในรอบ 2 ปี ตื่นเต้นมั่กๆ


สวัสดีครับ ภาพที่เห็นด้านบนนั้น เป็นบล็อกที่ผมถูกทาง Blogger ล็อกไว้ครับ เนื่องจากมีบุคคล (เข้าใจว่าคู่แข่ง หรือ เจ้าของบริษัทหรือตัวแทน Bollywood หรือ ใครที่ผมดันไปแย่งตลาดเขา) ได้ทำการส่ง report บล็อกดังกล่าวในภาพของผมให้ทาง Blogger ตรวจสอบ หรือ รีวิว ตอนนี้ผมก้อทำการ Request ขอปลดล็อกไปแล้ว คิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะถ้ามีปัญหามันน่าจะมีมานานแล้วกับบล็อกอื่นๆ ที่ทำเหมือนๆกันอีกเป็นสิบบล็อก จริงๆ แล้วบล็อกนี้ ผมเพิ่งทำขึ้นมาเมื่อ 2 วันก่อนเองครับ โพสสินค้าไป 3 ตัว แต่จะบอกว่าจำนวน Traffic และ จำนวนคลิกเยอะมากครับ ไม่รู้มาจากไหน ทั้งๆที่มันยังไม่ติด Index กับ Search ต่างๆเลย งงมาก เลยเดาว่าคนน่าจะเข้ามาตอนที่เราโพส แล้วทาง Blogger ก้อเอาไปแสดงที่หน้าแรก คนน่าจะเข้ามาจากตรงนั้น เดาเอานะ แปลกดีครับ

วันนี้ก้อไม่มีอะไรมากครับ เข้ามาเล่าให้ฟังกันเฉยๆครับ

แล้วพบกันใหม่ครับ ฝันดี

BoyD

Tuesday, October 7, 2008

แปลกที่ รู้สึกหงอยเหงาไปเลยเรา

สวัสดีครับ ผมไม่ได้เข้ามาอัพเดทบล็อกนี้นานพอสมควร เพราะหลังจากย้ายที่พักเปลี่ยนห้องใหม่ ก็ทำให้ยังไม่มีเน๊ตใช้ นี่ก้อเพิ่งจะให้ช่างทำการเดินสายโทรศัพท์ให้ใหม่จากชั้นล่างขึ้นชั้นบน วันนี้เลยเข้ามาอัพเดทบล็อกก่อนสักนิดดีกว่า

ผมเองเพิ่งจะรู้ว่าการที่เราย้ายที่อยู่เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ มันมีความรู้สึกอย่างไร จากที่ ที่คุ้นเคยอยู่มา 10 กว่าปี ต้องมาเปลี่ยนที่อยู่ใหม่มันมีอาการหงอยๆ บอกไม่ถูก ทุกอย่างมันผิดที่ผิดทางไปหมด แต่คิดว่าเดียวก็คงจะชิน

ช่วงนี้หงอยๆอยู่เลยนั่งดู MV รักติ๋มคนเดียว เพลงประกอบ ภาพยนตร์ อีติ๋มตายแน่ ไปพลางๆแก้เหงาไปก่อน



หนังจะเข้าฉายวันที่ 9 ตุลา นี้ คิดว่าคงจะไปดูให้คลายหงอยเหงาสักหน่อย อาการที่มันค้างๆมึนๆจะได้หายไปเสียที

วันนี้ขอเขียนเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วพรุ่งนี้จะเขียนใหม่ ใครสนใจ หรือ กำลังหา โน๊ตบุ๊ค ตัวใหม่อยู่ไม่ควรพลาด พรุ่งนี้ครับ รับรอง เพราะผมจะมาเสนอขาย Notebook ใหม่แกะกล่อง ราคาถูกมั่กๆ ประกันศูนย์ 100% (on site services) แหะ แหะ

แล้วพบกับบทความใหม่พรุ่งนี้ครับ

BoyD