ภาพพุทธประวัติสวยงาม พร้อมคำบรรยายภาพ

สำหรับการเขียนคำบรรยายตามภาพประกอบนี้ ผมเขียนขึ้นจากที่ได้อ่านได้ศึกษาเรียนรู้ตามๆ กันมานะครับ (เขาเล่ามาอย่างไรก็ว่าตามนั้น) หากผิดพลาดประการใด...

ร้านค้าออนไลน์ ทำไว้ขายคนต่างชาติ ขายดีทีเดียวเชียว

หลังจากตั้งใจหันมาโฟกัสงานด้าน eCommerce ผมก็เริ่มทำเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อขายสินค้าออนไลน์และวางแผนขายทั่วโลกผ่านเว็บบริการต่างๆ อย่างเช่น อเมซอน อีเบย์ และที่อื่นๆ เพื่อใช้เป็นสื่อในการโปรโมต เว็บ www.aromascented.com ที่ผมทำขึ้นมา ซึ่งเป็นเว็บที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องหอม น้ำมันหอมอโรม่าสปา...

บล็อกกระผมเองครับ BeBoyzself.com

ติดตามเรื่องราวความเป็นบอยซ์ได้ที่ www.beboyzself.com บล็อกที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวในชีวิต ความฝัน เป้าหมาย ความผิดพลาดของชีวิต และ การเดินทางท่องเที่ยวของนายบอยซ์ สนุกบ้าง ฮาบ้าง เศร้าบ้าง ก็เพราะมันคือชีวิต!! คุณพร้อมที่จะก้าวเดินเคียงข้างไปกับเรื่องราวต่างๆ ผ่านบล็อกของผมแล้วรึยัง?

ไม่รู้มันประท้วงอะไรกัน รูปติดมากะธีมนี้

รูปนี้สงสัยจะออกมาประท้วง พรบ นิรโทษกรรม แน่ๆ เลย ขนาดฝรั่งหัวแดงมันยังด่า พรบ here 5 นี้เลย อายเค้ามั๊ย!! ผู้นำประเทศหญิงคนแรกของใคร เอ๊ย... ของไทย หึหึ

ไปปั่นกันเถอะ วันนี้คุณออกกำลังกายแล้วหรือยัง?

ช่วงนี้กระแสปั่นจักรยานมาแรงจริงๆ ครับ การปั่นจักรยานเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรเร็วจนเกินไป เคารพกฎจราจร และดูแลความปลอดภัยตัวเองให้ดี เมื่ออยู่บนท้องถนนด้วยนะครับ ขอให้สนุกกับการปั่นครับ เจอผมปั่นอยู่เข้ามาทักกันได้นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก...

Showing posts with label Miscellaneous. Show all posts
Showing posts with label Miscellaneous. Show all posts

Friday, December 9, 2011

กินเหล้า golden place drunk

 กินเหล้า golden place กันว่าจะปั่นจักรยานไป กินเหล้า golden place สักหน่อย แต่ไม่รู้จักgolden place แล้วจะไป กินเหล้า golden place ได้ไงไม่รู้ งงมาก น้องก็ชวนอยู่ว่า พี่ พี่ ไป กินเหล้า golden place กันไหม นั่นไง ทำไงดี ยิ่งงงไปใหญ่ เลยต้องมานั่งบ่นๆ เรื่องว่าจะไป กินเหล้า golden place ไงดี จะไปท่าไหน ตีลังกาไปดีไหม คงไม่ดีมั่ง เดี๋ยวจะเมากันก่อนพอดี เอาว่า กินเหล้า golden place น่าจะมีอะไรดี อาจมีสาวสวยๆ ไป กินเหล้า golden place ก็เป็นได้ ต้องรีบหาหนทางไป กินเหล้า golden place เร็วๆ เสียแล้ว อิอิ

กินเหล้า golden place

โพสโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Wednesday, September 28, 2011

จี้พระพิฆเนศ 3 กษัตริย์ ด้านหลังโอม กรอบทอง ล้อมพลอย


จำหน่าย บูชา จี้พระพิฆเนศ 3 กษัตริย์ ด้านหลังโอม กรอบทอง ล้อมพลอย สวยมาก  

จี้พระพิฆเนศ 3 กษัตริย์ องค์นี้ เป็นปางยืน มีส่วนผสมของ เงิน ทอง และ นาค

พระพิฆเนศเป็นเทพแห่งความสำเร็จ เชื่อว่า หากผู้ใดไว้มีครอบครอง มีไว้บูชา หากทำการสิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย จากการพยายามในครั้งนั้นๆ จี้พระพิฆเนศ 3 กษัตริย์ องค์นี้ เป็นกรอบทองเค 5 ไมครอน ล้อมด้วยพลอย CZ สวยงาม เป็นประกายสวย ส่วนด้านหลัง เป็นสัญลักษณ์ โอม มาพร้อมกล่องกำมะยี่อย่างดี ขนาดองค์พระพิฆเนศ 3 กษัตริย์ 2.4 เซนติเมตร

อักขระ โอม เกิดจากการเรียกพระนามของพระตรีมูรติทั้ง 3 รวมกันเป็นคำเดียว ซึ่งแยกได้ดังนี้
อะ - มาจากเสียงสุดท้ายของคำว่า พระศิวะ (อะ)
อุ - มาจากเสียงสุดท้ายของคำว่า พระวิษณุ(อุ)
มะ - มาจากเสียงสุดท้ายของคำว่า พระพรหมมะ (มะ)
อะ อุ มะ....เมื่ออ่านออกเสียงให้ต่อเนื่องกัน จึงเกิดเป็นคำว่า "โอม" หมายถึง การเรียกขานพระนามของ 3 มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่

ราคา 00.00 บาท ค่าจัดส่งฟรี
(มีเพียงองค์เดียวแล้ว รูปอาจไม่ชัด แต่ของจริงสวยมากครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน)
สนใจติดต่อ บอย - โทร 084-752-6882

โอนเงิน เพื่อสั่งซื้อสินค้าได้ตามบัญชีด้านล่างนี้

ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยเมืองทองธานี - ประเภท ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี: พชร ตั้งสกุลนาราธร - เลขที่ 483-2-14645-0

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยเมืองทองธานี - ประเภท ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี: พชร ตั้งสกุลนาราธร - เลขที่ 367-208988-6

ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนแจ้งวัฒนะ - ประเภท ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี: พชร ตั้งสกุลนาราธร - เลขที่ 233-0-531068



โพสโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Tuesday, November 2, 2010

ขาย Battery Notebook Fujitsu รุ่น Lifebook S6240 มือสอง ราคาถูก

สวัสดีครับ...

วันนี้ก็มีของมาขายอีกแล้ว เป็นแบตเตอรี่ Battery Notebook Fujitsu รุ่น Lifebook S6240 ของน้องนก น้องที่ทำงานครับ

สินค้าปิดการขายแล้วนะครับ ขายได้แล้ว ขอบคุณที่อุดหนุน


น้องนกบอกว่าซื้อมาจากศูนย์ถนนเพลินจิต เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง ใช้งานไปประมาณ 3 เดือน แล้วก็ไม่ได้ใช้ เพราะตัวเครื่องมันเสีย จึงตัดสินใจว่าจะขาย Battery Notebook Fujitsu รุ่น Lifebook S6240 นี้ในราคาถูก ตั้งราคาขายไว้ 2,200 บาท

Thursday, October 28, 2010

Windows Live Spaces ให้ Upgrade เข้า Wordpress


สวัสดีครับ...

มีเรื่องมาอัพเดทแล้ว หลังจากหายไปนานไม่รู้ว่าจะนำเสนอเรื่องอะไรดี คิดไม่ออก จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการหาเงินออนไลน์ก็กลัวไปสอนจระเข้ว่ายน้ำ ฮิๆ เลยไม่เขียนดีกว่า อีกอย่างมีคนที่เขาชอบเขียนกันอยู่แล้วเยอะแยะไปหมด ให้เขาเขียนไปแล้วเราไปแอบอ่านน่าจะดีกว่า ฮ่าๆๆ

เข้าเรื่องเลยแล้วกัน พอดีเมื่อคืนเพื่อนโทรมาบอกว่า window live space เขาให้ร่วมกับ wordpress แล้วนะ ลองเข้าไปดู เช้านี้เลยลองเข้าไปอัพเกรดบล็อกจาก space ดู อัพเกรดไป wordpress ง่ายมาก และพออัพเกรดเสร็จ ปัญญาก็เกิดตามทันที ด้วยการคิดไปถึง Acc เก่าๆ ที่เคยทำการขายสินค้าจากอเมซอนค้างๆ ไว้ ด้วยการโพสผ่าน Live Space ว่าจะนั่งอัพเกรดให้หมดแล้วลองโพสสินค้าอเมซอนอีกครั้ง อิอิ ผมว่าหลายๆ คนคงจะเห็นช่องว่างตรงนี้แล้วซินะครับ สำหรับใครที่เคยสมัครโดยตรงกับ wordpress จะรู้ว่าโพสขายไม่ได้จะโดนแบนทันที แต่นี้ดันวิ่งมาชนตอเองช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะถ้าจะแบนก็แบน acc ของ hotmail ไม่ได้อยู่ดี ฮึๆ (เดาเอา!)

ใครที่ยังไม่เคยใช้ live space ลองใช้กันดูนะครับ เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแว้ว...ว ^o^

พบกันใหม่โพสหน้าคร้าบ...

บล็อกโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)Affiliate

Monday, September 27, 2010

Algorithm Muay Chaiya ไม่เคยเปลี่ยนเหมือน Google หร็อก ชิ

ได้มีโอกาสร่ำเรียนมวยไชยา ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีอีกแบบที่ได้ร่วมอนุรักษ์ความเป็นไทยกับเขาบ้าง ก่อนหน้านี้หากจะพูดถึงศิลปะป้องกันตัว ผมเองก็เป็นแค่อดีตนักมวยสากลสมัครเล่นตอนคัดตัวดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิกมาก่อนเท่านั้น พอจะป้องกันตัวได้บ้าง แต่ก็ไม่เคยได้เอามาใช้ เพราะมีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย มีเพียงเมื่อสองปีก่อนเห็นจะได้ มีพวกคนเมาเหล้าขับรถมาท้าตี มากันสามคน ลงจากรถมาคนหนึ่ง ตอนนั้นนั่งกินข้าวอยู่กับพ่อและอา พวกมันสองคนนั่งอยู่บนรถไม่ยอมลงมา ตอนนั้นไม่ได้คิดกลัวไอ้คนที่ลงมาเลย แต่กลัวสองคนที่นั่งในรถมากกว่า กลัวมีปืน ถ้าวันนั้นสองคนนั้นลงมาจากรถมาด้วยและไม่มีอาวุธ หรือมีเป็นไม้เป็นมีด ผมว่ามีใส่กันเต็มๆ แน่ ดีที่พวกมันก็ไม่กล้าเดินเข้ามาใกล้ พวกมันก็คงกลัวๆ เราอยู่เหมือนกัน ผมคิดเอานะ เพราะไม่งั้นมันเล่นพวกผมแล้วแหล่ะ มานั่งๆ คิดดูก็ไม่น่าเชื่อเลยครับว่า จะมีใครมาหาเรื่องตอนแก่แล้ว หลังจากนั้นก็คิดๆ ว่าสังคมสมัยนี้ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ มันอยากหาเรื่องใครอยากมีเรื่องกับใครมันก็หาเรื่องเลย ฉะนั้นมีวิชาป้องกันตัวไว้น่าจะดีกว่า ผมเองถนัดใช้หมัดอยู่แล้ว เพราะพื้นฐานมวยสากล แต่เรื่องขาไม่ได้เรื่องเลย แตะยังไม่เป็นเลยอ่ะครับ

บางคนอาจสงสัยว่าแล้วผมไปเรียนมวยไชยาทำไม ผมคิดว่ามวยไชยาเป็นมวยที่มีไว้ใช้ป้องกันตัวดีที่สุดสำหรับผมเอง ในมุมมองที่ว่าผมสามารถไปพัฒนาต่อยอดได้ จึงตัดสินใจเรียนมวยไชยา และจะเรียนดาบ อาวุธไทย และหลักสูตรมีดสั้นต่อไป ส่วนแฟนผมก็ให้เรียนยิงปืนครับ ตอนนี้ก็ฝึกยิงอยู่สนามยิงปืนแถวบ้านเป็นค่ายทหาร

ที่นี้มาดูกันครับว่าเคล็ดมวยไชยามีอะไรบ้าง

Thursday, September 9, 2010

ขายแรม DDR2 ขนาด 512MB และ 1GB มือสอง ราคาถูก Secondhand

สวัสดีครับ...

ขอมาขายของกันสักหน่อย พอดีว่าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะไม่ได้ใช้งานแล้ว ส่วนใหญ่ใช้งานกับโน้ตบุ๊คเลยคิดจะแยกขายอะไหล่ เพราะตัวบอดี้ ( Case) กะ เมนบอร์ด (Mainboard) ตั้งใจจะเอาไปบริจาค เลยว่าจะขายแรมก่อน

สินค้าขายไปแล้ว ขอบคุณที่ให้ความสนใจครับ

Ram KingMax เป็นแรม DDR2 ขนาดความจุ 512MB
KingMax DDR2 - 512MB BUS 533MHz. PC 4300 รับประกัน Lifetime Warranty

Wednesday, July 14, 2010

Download Driver NVIDIA Geforce G105M Support windows 7 Home Premium 64 bit - Acer 4736G


หลังจากที่ไม่ได้อัพเดทบล็อกนานมาก ก็กลับมาเขียนสักหน่อย บังเอิญว่าซื้อ window 7 Home Premium 64 bit มาลงเครื่องโน้ตบุ๊ต ซึ่งแต่เดิมผมเองใช้ OS window XP Home อยู่ แต่ช่วงที่ Microsoft ให้ดาว์นโหลด window 7 ตัว RC มาใช้ได้ฟรี ตอนนั้นก็รู้สึกชอบมาก ตั้งใจว่าจะซื้อนานแล้ว วันนี้เลยตัดสินใจซื้อมาใช้ แล้วลองติดตั้งโปรแกรม

Saturday, June 19, 2010

Barberry Sriracha - บาร์เบอร์รี่ ศรีราชา ร้านเพื่อนรุ่นพี่ผมเอง

barberry+sriracha
สวัสดีครับ

มาแนะนำร้านอาหารชื่อ Barberry @Sriracha - ร้านบาร์เบอร์รี่ อยู่ที่ศรีราชา ชลบุรี ร้านนี้เพื่อนรุ่นพี่ผม ชื่อพี่แอนมีหุ้นส่วนอยู่ครับเลย ขอเอามาโปรโมตให้หน่อย เพราะจากหลายๆ เสียงบอกว่าที่นี้อาหารหลากหลายและรสชาตดีเยี่ยมด้วยครับ แถมร้านน่ารักและตกแต่งสวย เลยอยากชวนเพื่อนๆ ไปชิมไปลองกัน

หากได้แวะไปเที่ยวชลบุรีแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศในการรับประทานอาหารบ้าง เชิญได้นะครับที่ Barberry @Sriracha - ร้านบาร์เบอร์รี่ ศรีราชา ชลบุรี (ขอบอกร้านสวยมากกกก)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม...

Saturday, May 1, 2010

จงมองคนให้เป็นคน จาก ท่าน ว.วชิรเมธี

บทความนี้ ผมจากมาได้เว็บของท่าน ว.วชิรเมธี ครับ เลยอยากนำมาเผยแพร่ต่อให้คนอื่นๆ ได้อ่านกัน
หลวงปู่อานันทไมตรี พระภิกษุนักปราชญ์คนสำคัญคนหนึ่งของศรีลังกา ได้เขียนเรื่องสั้นเอาไว้เรื่องหนึ่ง ชื่อ “หากพระพุทธเจ้าเสด็จมาในวันนี้ จะมีอะไรเกิดขึ้น” เนื้อเรื่องที่ท่านเขียนนั้น อิงอยู่กับเหตุการณ์บ้านเมืองของศรีลังกาในช่วงที่เกิดสงครามกลางเมือง ซึ่งผู้คนแบ่งเป็นฝักฝ่าย จนต่างก็ตกอยู่ในภาวะ “มองคน ไม่เห็นว่าเป็นคน” หากแต่เห็นเพียงสีเสื้อหรือ “ฝักฝ่าย” ที่คนสังกัดอยู่ ผลก็คือ คนในชาติเดียวกัน ต้องลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากัน ลอง มาอ่านกันดูหน่อยว่า โรคเห็นคนไม่ใช่คนนั้น หากกำเริบขึ้นมาแล้ว จะทำให้หูตาแห่งสติปัญญาฝ้าฟางได้มากเพียงใด

Monday, April 26, 2010

บันทึกของเสด็จกรมหลวงชุมพร เขตตอุมศักดิ์ ณ ดอนหอยหลอด

ไม่มีคำอธิบาย อ่านกันเอาเอง





บล็อกโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Monday, July 20, 2009

Miss Thai New Year USA 2009 น้องดีดี้ ธิดา ตันติปิยพจน์

Miss Thai New Year USA 2009สวัสดีครับ.....

วันนี้มีรูปสาวๆ มาโพสในบล็อกผมด้วย ;) อย่าเพิ่งแปลกใจไป อยากแนะนำให้รู้จักกับ Miss Thai New Year USA 2009 เธอชื่อธิดา ตันติปิยพจน์ หรือ น้องดีดี้ ที่บ้านผมเรียกกันมาแต่เล็กๆ เธอคือน้องสาวผมเองครับ เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เป็นลูกของน้องชายพ่อผม (คุณอา) เมื่อเช้าพี่สาวโทรมาบอกว่าเข้าประกวดอะไรเนี๊ยล่ะ ของสิงห์เป็นคนจัดงานนี้ขึ้น เลย...

เอามาโชว์ให้ดูกัน ด้วยเหตุว่ากำลังจะหมดมุขในการเขียนบล็อกแล้ว...ฮาฮาฮา

ขอแสดงความยินดีกับน้องดีดี้ อาเจ้กเต้ย และอานพ ด้วยนะครับ

แล้วพบกันใหม่นะครับ สาระไม่ค่อยมี แต่เริ่มเร้าใจแหล่ะ...

คราวหน้าจะหาเรื่องเขียนเกี่ยวกับ Blogger ให้ได้แน่นอน

บล็อกโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Tuesday, July 14, 2009

กฎ 23 ข้อ ทำเว็บให้น่าสนใจง่ายนิดเดียว Web Interesting

เว็บจองโรงแรมออนไลน์ ที่มียอดจองมากที่สุด tour2phuket.comสวัสดีครับ....

นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ให้ได้มาตรฐาน W3C อยู่ ก็ไปเจอเว็บ กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ เขาเขียนถึง "กฎ 23 ข้อ" ทำให้เว็บน่าสนใจ ซึ่งได้อ่านแล้วบอกได้เลยว่า ใช่เลย.... หากเพื่อนๆ กำลังจะทำเว็บไซต์ หรือ เว็บบล็อก อยู่ล่ะก็ต้องห้ามพลาดกฎ 23 ข้อนี้เลยทีเดียว เพราะจะทำให้เรามองภาพของการทำเว็บไซต์คุณภาพออก หรือเห็นภาพการทำเว็บไซต์ชัดมากยิ่งขึ้น ผมเลยขอก็อปปี้บทความของเขามาให้ได้อ่านกันที่นี้เลยนะครับ

กฎ 23 ข้อที่ว่านี้ เป็นกฎง่ายๆ ที่บางครั้งเหมือนเส้นผมบังภูเขา ทำตามได้ไม่ยาก เพื่อให้เว็บไซต์เป็นที่ดึงดูดของผู้ใช้มากที่สุด...

กฎ 23 ข้อนี้ เป็นการวิจัยของ 3 สถาบัน ได้แก่ The Poynter Institute, the Estlow Center for Journalism & New Media และ Eyetools ภายใต้โครงการ “The Eyetrack III” ซึ่งศึกษาถึงกลยุทธ์การออกแบบเว็บไซต์ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ให้มากที่สุด

กฎ 23 ข้อ ทำเว็บให้น่าสนใจง่ายนิดเดียว ดังต่อไปนี้

1. ตัวอักษรดึงดูดความสนใจได้เร็วกว่าภาพหรือกราฟฟิค

2. จุดแรกที่สายตามองคือ มุมซ้ายบนของหน้าเว็บ

3. ผู้ใช้จะมองไปที่มุมซ้ายบนของเว็บไซต์ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาลงมาด้านล่างขวาเรื่อยๆ

4. ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่สนใจมองแบนเนอร์โฆษณา

5. รูปแบบเว็บไซต์และตัวอักษรที่มีสีสันสะดุดตา มักไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้

6. แสดงข้อมูลเป็นตัวเลข จะดึงดูดสายตามากกว่าเขียนเป็นตัวอักษร

7. ขนาดตัวอักษรมีผลต่อพฤติกรรมการใช้เว็บ โดยตัวอักษรเล็กๆ จะทำให้คนอ่านอย่างละเอียด ขณะที่ตัวอักษรใหญ่ ทำให้คนมองเป็นอันดับแรก

8. คนส่วนใหญ่อ่านพาดหัวรอง ในกรณีที่น่าสนใจจริงๆ

9. คนมักจะอ่านส่วนล่างของหน้าเว็บแบบผ่านๆ

10. ประโยคหรือย่อหน้าสั้นๆ ดึงดูดความสนใจของคนอ่านมากกว่า

11. รูปแบบเว็บไซต์ที่มีแถวแนวตั้งแถวเดียว ดึงดูดสายตามากกว่าหลายแถว

12. แบนเนอร์โฆษณาที่อยู่บริเวณบนสุดและซ้ายสุด จะดึงดูดสายตามากที่สุด

13. การวางโฆษณาใกล้กับคอนเทนท์ที่ดีที่สุด จะได้รับความสนใจจากผู้ใช้ค่อนข้างมาก

14. โฆษณาแบบตัวอักษรได้รับความสนใจมากกว่าโฆษณาแบบภาพหรือกราฟฟิค

15. ภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้มาก

16. ภาพที่ชัด ดูง่าย และถ่ายบุคคลจริงๆ จะได้รับความสนใจจากคนดู มากกว่าภาพประเภทดีไซน์จัดๆ ภาพนามธรรม (abstract) หรือภาพนายแบบ-นางแบบ

17. หน้าเว็บไซต์ก็เหมือนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้น พาดหัวจะได้รับความสนใจมากที่สุด

18. คนส่วนใหญ่มักจะสนใจหัวข้อและเมนูต่างๆ ในเว็บไซต์

19. ถ้ามีบทความยาวๆ ในเว็บไซต์หรือบล็อก หากแยกเนื้อหาออกเป็นข้อๆ จะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากขึ้น

20. ผู้ใช้มักจะไม่อ่านบทความที่ติดกันยาวๆ หลายบรรทัด ดังนั้น ถ้าบทความยาวมาก ควรแตกเป็นย่อหน้าย่อยๆ

21. การดึงความสนใจของคนให้อ่านบทความให้มากและนานที่สุด คือการใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันไป เช่น ตัวหนา ตัวใหญ่ ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ หรือตัวอักษรสีต่างๆ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจเช่นกัน

22. เว้นที่ว่างบนหน้าเว็บบ้างก็ดี ไม่ต้องใส่ข้อมูลหรือภาพบนทุกอณูของเว็บก็ได้

23. ปุ่ม navigation ควรวางไว้บนสุดของหน้าเว็บ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ได้ง่ายที่สุด

หวังว่าบทความที่ผมก็อปปี้มาเผยแพร่นี้คงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ และหากผมเจอบทความดีๆ อีกจะนำมาลงในบล็อกผมให้ได้อ่านกันนะครับ

ขอขอบคุณบทความจาก กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/2008/08/29/news_289696.php

บล็อกโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Tuesday, July 7, 2009

หมวดหมู่มีแล้ว ได้เวลาปั่นขึ้นมาเสียที

ตั้งใจว่าจะมีหมวดหมู่กับเขามานานแล้ว วันนี้คงจะได้เวลาเสียที ตั้งใจจะสร้างหมวดหมู่ก่อนครบ 1 ปี ทำมันวันนี้เสียเลย แต่ก้อยังงงๆ อยู่ว่าจะสร้างหมวดหมู่ใดขึ้นมาบ้าง คิดไปคิดมาออกมาแบบนี้เลย

Entertainment
Travel
Affiliate
Blogger
MyLife
Miscellaneous

เอาเป็นว่าตามนี้เลยดีกว่า...

บล็อกผมมีหมวดหมู่แล้วนะครับ อิอิ

บล็อกโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Monday, June 15, 2009

Do you know influenza A H1 N1 well?

Influenza A H1 N1 is a hightly contagious acute respiratory disease of pigs, caused by one of several Influenza A viruses. They are most commonly of the H1N1 subtype, but other subtypes are also circulating in pigs (e.g., H1N2, H3N1, H3N2). Although swine influenza viruses are normally species specific and only infect pigs, they do sometimes cross the species barrier to cause disease in humans. Human-to-human transmission has occurred in some instances but was limited to close contacts and closed groups of people.

The Symptoms of Influenza A H1N1

The Symptoms of Influenza A H1N1 in people are expected to be similar to the symptoms of regular human seasonal influenza and include fever, lethargy, lack of appetite and coughing...

some people with swine flu also have reported runny nose, rore throat, nausea, vomiting and diarrhea.

Preventive Measures

To protect yourself-practical general preventive measures for influenza :

- Avoid close contact with people who appear unwell and who have fever and cough.
- Wash your hands with soap and water frequently and thoroughly.
- Practice good health habits including adequate sleep, eating nutritious food, and keeping physically active.

Special Advice

If you feel unwell, have high fever, cough and/or sore throat

- Stay at home and keep away from work, school or crowds as much as possible
- Rest and take plenty of fluids
- Cover your mouth and nose with disposable tissues when coughing and sneezing and dispose of the used tissues properly
- Wash your hands with soap and water or hand gel frequently and thoroughly, especially after coughing or sneezing.
- Inform family and friends about your illness and seek help for household chores that require contact with other people such as shopping.

If you need medical attention

- Contact your doctor or healthcare provider before travelling to see them and report your symptoms. Explain why you think you have Influenza A H1N1 (for example, if you have recently travelled to a country where there is a Influenza A H1N1 outbreak in humans). Follow the advice given to you for care.
- If it is not possible to contact your healthcare provider in advance, communicate your suspicion of having Influenza A H1N1 immediately upon arrival at the healthcare facility.
- Take care to cover your nose and mouth during travel.

I Recommend



You can visit and find more at Health & Personal Care › Health Care to buy from Amazon.com

For more information Please visit

http://www.cdc.gov : World Health Organization
http://www.cdc.gov/flu/swine/ : Center For Disease Control and Prevention Department of Health and Human Services

Reference

- World Health Organization : Swine influenza frequently asked questions, 27 April 2009
- Department of Health and Human Services. Centers for Disease Control and Prevention : Key facts About Swine Influenza (Swine Flu)

บล็อกโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Friday, June 5, 2009

จาก FW Mail เรื่อง เจ้าหนู Cody Mccosland เด็กน้อยที่มีขาหลายคู่

Cody Mccoslandสวัสดีครับ...

วันนี้นั่งเช็คอีเมล์ได้รับอีเมล์มาหนึ่งฉบับ เห็นว่าน่าสนใจดี เลยอยากที่จะนำมาโพสใส่ไว้ในบล็อกแห่งนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กน้อยชาวอังกฤษคนหนึ่ง ชื่อว่า Cody Mccosland ที่พิการอันเนื่องมาจากไม่มีกระดูกหัวเข่า (น่าจะเป็นมาแต่กำเนิด) เลยต้องตัดขาทิ้ง...


Cody Mccosland
Cody ชอบเล่นกีฬา แต่ก็เกิดมาโดยไม่มีกระดูกหัวเข่า ทำให้ต้องตัดขาท่อนล่างทิ้งตั้งแต่อายุ 15 เดือนวัยที่คนอื่นเดินเตาะแตะ แต่เขาเดินไม่ได้ แต่สองเดือนต่อมา เขาก็เริ่มหัดใช้ขาเทียมคู่แรก

Cody Mccosland
ตอนนี้ Cody อายุ 7 ขวบแล้ว ในภาพล่างเขาเล่นสกีน้ำ แต่อันที่จริง เขาเล่นทั้งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ เล่นคาราเต้ เบสบอล และฮอคกี้น้ำแข็ง

Cody Mccosland
Cody Mccosland
Cody Mccosland
เขาขี่จักรยานสามล้อ พร้อมรอยยิ้มมีความสุขที่มีให้เห็นเสมอ

Cody Mccosland
ตามมาด้วยเขาขี่ม้า พ่อกะแม่ตั้งความหวังจะพาเขาดูโอลิมปิกที่กรุงลอนดอนเป็นเจ้าภาพใน ปี 2012 ด้วย

Cody Mccosland
ภาพเขาวิ่งด้วยขาคู่ที่ดูแปลกแต่น่าจะช่วยให้วิ่งได้เร็ว สมกับสมญานาม The Boy With The Magic Legs จริงๆ

Cody Mccosland
ขาเทียมของเขาได้รับบริจาคจากศูนย์ขาเทียม โรงพยาบาลเด็ก Texas Scottish Rite Hospital แต่เขาโตเร็วต้องเปลี่ยนขาอยู่เป็นประจำ

Cody Mccosland
Cody กับครอบครัวและเพื่อนๆจึงเข้าร่วมงานการกุศลหาเงินช่วยโรงพยาบาล ได้เงินบริจาคมา มากกว่า 6 หมื่นปอนด์แล้ว

Cody Mccosland
Cody ไม่ยอมให้มีอะไรเป็นอุปสรรคต่อชีวิตของเขา เราจึงได้เห็นภาพเขาเล่นฮอคกี้น้ำแข็ง

Cody Mccosland ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า "เราสามารถเอาชนะอุปสรรคได้เสมอ"


ช่วงนี้ผมเองรู้สึกท้อๆ เหนื่อยๆ งัยชอบกล อีกทั้งอารมณ์ขี้เกียจสูงมากๆ หงุดหงิดง่ายด้วย เฮ้อ...

ได้ดูได้อ่านเรื่องนี้แล้ว ดีขึ้นมานิดนึง มีกำลังใจมาหน่อย อิอิ ผมมันเป็นคนให้กำลังใจตัวเองเสมอ เพราะไม่ค่อยได้รับจากใครเท่าไหร่ 555 ก็เรามันชีวิตต้องสู้นิน่า...

พบกันใหม่ครับ

บล็อกโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Wednesday, April 29, 2009

ซื้อสร้อยคอไทเทเนียม ข้อมือ กำไลไทเทเนียม ที่นี้ ราคาถูก Titanium Sports Necklace and Titanium Wirst Brecelet

สินค้าหมด-ปิดการขายแล้วครับ

สวัสดีครับ....

ก่อนลงมืออ่าน...ผมขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านประกอบด้วยนะครับ เรื่องมีอยู่ว่าผมเองปวดหลัง ปวดไหล่มาก รวมถึงปวดข้อมืออีกด้วย อันเกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เมื่อไม่กี่วันก่อนผมได้เจอเฮีย (พี่ชาย) ของผม แกแนะนำให้ลองใส่เจ้าไทเทเนียม ซึ่งมีทั้งแบบเป็นกำไลข้อมือไทเทเนียม และ สร้อยคอไทเทเนียม จริงๆ มี เจอมาเนียม ด้วยนะครับ ซึ่งหลักๆ คุณประโยชน์ของทั้ง ไทเทเนียมและเจอมาเนียมเหมือนกัน ผมได้ลองหามาใส่ดูผลปรากฏว่าอาการปวดต่างๆของผมทุเลาลง และวันนี้ผมก็มีข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเจ้าไทเทเนียม ที่มีทั้งแบบเป็นกำไลข้อมือไทเทเนียม และ สร้อยคอไทเทเนียม นี้มาฝากด้วยนะครับ...

ต้องบอกก่อนนะครับ ว่าผมใส่ทั้งแบบสร้อยคอ และ แบบกำไล ทั้งมือซ้ายและมือขวาเลย กะว่าจะใส่ข้อเท้าด้วยนะเนี๊ย ฮาฮาฮา

มาดูคุณสมบัติของไทเทเนียมกันครับ

เจ้าไทเทเนียม และ เจอมาเนียม เป็นวัสดุธรรมชาติ ซึ่งมีธาตุโลหะชนิดหนึ่งที่ใช้ทำสารกึ่งตัวนำกระแสไฟฟ้าได้ดีกว่า แม่เหล็ก และแผ่นทองคำเปลวมาก ซึ่งจะช่วยในเรื่องของสุขภาพ ช่วยเพิ่มประจุลบให้แก่ร่างกาย ทำให้เกิดสมดุลภายในร่างกาย ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ลดอาการเครียด อาการปวดตามข้อ เนื่องจากข้ออักเสบ ลดอาการปวดบวมของแผล บรรเทาอาการปวดเมื่อย อาการปวดหัว






Before After

นอกจากนี้ ยังช่วยลดผลกระทบจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ในขณะที่เปิดใช้งาน สร้อยข้อมือเพื่อสุขภาพ Titanium (ไทเทเนียม) เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องทำงานหนัก มีภาวะกดดัน และมีอาการเครียด คนที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า รวมถึงคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ และคนที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

ปัจจุบันเป็นที่นิยมในกลุ่มนักกีฬา ซึ่งนักกีฬาดังๆ ระดับโลกหลายๆ คนใส่ลงแข่งขันเสมอ จะเห็นได้เวลาที่นักกีฬาลงแข่งขันมักจะเห็นสร้อยคอไทเทเนียม และ กำไลข้อมือไทเทเนียมนี้เสมอๆ

บางคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว อาจยังไม่เข้าใจหรือยังสงสัยว่าใส่แล้วจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นกับเราเมื่อสวมใส่มันแล้ว ผมขอนำภาพที่ถ่ายจากกล้อง Infared มาให้ดูกันนะครับ เขาบอกว่าหลังจากใส่ไปแล้วประมาณ 30 นาที ผลที่ได้จะออกมาดังภาพครับ






จากภาพด้านบนจะเห็นได้ชัดเจนว่าร่างกายมีพลังงานความร้อนขึ้น ซึ่งอาจแปลได้ว่ามีการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้นนั่นเอง

เห็นประโยชน์ของเจ้าไทเทเนียมกันแล้ว อยากมีใส่บ้างไหมครับ

ถ้าอยากมีติดต่อผมได้เลยนะครับ จำหน่ายราคาถูก สินค้าตามภาพที่แสดงเลยนะครับ


สร้อยคอไทเทเนียม มี 2 ขนาด คือ
Size M = 45 cm เหมาะสำหรับทุกคน
Size L = 50 cm เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างใหญ่
ราคา 0 บาท (ไม่รวมค่าขนส่ง 50 บาท แบบ EMS ทั่วประเทศ)













กำไลไทเทเนียม มี 2 ขนาด คือ
Size M = 19.5 cm เหมาะสำหรับทุกคน
Size L = 22.5 cm หรือ ประมาณ 9 นิ้ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างใหญ่
ราคา 0 บาท (ไม่รวมค่าขนส่ง 50 บาท แบบ EMS ทั่วประเทศ)




ด่วน...ราคาพิเศษ!!! เมื่อซื้อทั้งเซ็ต ประกอบด้วย กำไลข้อมือ 2 วง และ สร้อยคอ 1 เส้น ราคา 0 บาท เหลือเพียง 0 บาท (ด่วน ของมีจำนวนจำกัด) ฟรี ค่าขนส่งทั่วประเทศ

สินค้าทั้งหมดเป็นของบริษัทญี่ปุ่นแท้ ผลิตที่เกาหลีครับ Made in Korea

ท่านสามารถโอนเงิน เพื่อสั่งซื้อสินค้าได้ตามบัญชีด้านล่างนี้

ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยเมืองทองธานี - ประเภท ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี: พชร ตั้งสกุลนาราธร - เลขที่ 483-2-14645-0

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยเมืองทองธานี - ประเภท ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี: พชร ตั้งสกุลนาราธร - เลขที่ 367-208988-6

ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนแจ้งวัฒนะ - ประเภท ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี: พชร ตั้งสกุลนาราธร - เลขที่ 233-0-531068

ขอบคุณที่อุดหนุน

บล็อกโพสโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Tuesday, April 28, 2009

จากสาวสวยคนนึงเขียนถึงผู้ชายในเน็ท

สาวสวยคนนึงเขียนถึงผู้ชายในเน็ทจาก Fwd ใน board pantip ...

ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสนเนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้องสินธรหรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ มีใครในพันทิพ ห้องสินธรนี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงานกับคนรวยๆ อย่างพวกคุณ พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆ รายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ ดิฉันมีคำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ...

1. หลังจากตลาดหุ้นปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ (ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ)
2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ
4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ

------------------------
หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า:

ถึงคุณสุดสวยครับ...

หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมองของคนเล่นหุ้นแบบผมนะคับ

รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้นมากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผมน่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ

จากมุมมองของผมซึ่งเป็นนักธุรกิจ การที่แต่งงานโดยเลือกเฉพาะที่ความสวยเพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คำตอบนั้นง่ายมาก อธิบายตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะเน้นจุดแข็งของสินค้าคือ 'ความสวย' เพื่อแลกกับ 'เงิน'

เมื่อคุณมีความสวย และผมมีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และน่าจะเป็นไปได้กับโอกาสทางธุรกิจที่คุณเสนอแต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวยของคุณนั้นจืดจางลงทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร หรือในอีกนัยหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปีและเงินของผมก็สามารถนำไปให้ก่อให้เกิดผลตอบแทนงอกเงยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่คุณไม่ได้สวยขึ้นเมื่อข้ามปี และมีแนวโน้มที่จะลดลงๆ ในแต่ละปีที่ผ่านไปเช่นกัน

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้เสื่อมธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้นถ้าความสวยคือสิ่งเดียวที่คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไร

นิยามที่เราใช้กันในตลาดหุ้น คือ ทุกๆ การ Trade มี Position การคบกับคุณก็ถือเป็น Position แต่ถ้า Value ของมันลดลง เราจะขายมันทิ้ง ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะดันทุรังเก็บมันไว้ ซึ่งหมายถึงการแต่งงานที่คุณต้องการ อาจจะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณตรงๆอย่างจริงใจว่า ถ้า Value ของ Asset ลดลงเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะ ใช้วิธีการ 'ให้เช่าซื้อ' แทน

แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทต่อเดือนฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณ แต่จะไม่แต่งงานกับคุณ ดังนั้นจึงขอแนะนำคุณอย่างหวังดีว่าคุณควรที่จะหยุดที่จะหาวิธีที่จะได้แต่งงานกับคนรวย และคุณควรที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทแทนซะเอง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วน่าจะมีโอกาสมากกว่าการหาคนรวยแต่โง่คนนึง (รวยธรรมดาอย่างเดียวไม่พอ ต้องโง่พร้อมด้วย) หวังว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสนใจ option ในบริการ ! 'เช่าซื้อ' กรุณาติดต่อผม..... เพื่อทำ Bid offer ในโอกาสต่อไป *************

บล็อกโพสโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Monday, April 13, 2009

วันสงกรานต์ - Thai New Year Fastival - Songkran Day

วันสงกรานต์ - Thai New Year Fastival - Songkran Dayสวัสดีปีใหม่ไทยทุกท่านครับ

ก่อนอื่น ขออวยพรอวยชัยให้คุณพระศรีรัตนตรัยปกป้องคุ้มครองทุกคนให้ปลอดภัย และขอให้สมปรารถนาทุกประการดังที่ตั้งใจกันไว้นะครับ

เข้าสู่วันสงกรานต์และวันหยุดยาวๆกันแล้วนะครับ ช่วงนี้ก็ถือได้ว่าเป็นช่วงวันหยุดพักผ่อนที่ยาวพอสมควร มีวันหยุดติดต่อกันถึง 6 วันเลยทีเดียว (รวมวันที่ 10 เมษายน วันหยุดราชการพิเศษอีกหนึ่งวัน) เพื่อนๆ วางแผนไปไหนกันบ้างครับ ยังไงขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ ผมเองคงอยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ไปไหน คิดว่าจะสรงน้ำพระที่บ้านก่อน ทำความสะอาดตู้พระโต๊ะพระ และจะไปไหว้พระที่วัด สุดท้ายก็แวะไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่สักหน่อย จริงๆแล้วกิจกรรมในวันสงกรานต์มีใครจำได้ไหมครับว่ามีอะไรบ้าง ลืมกันหรือยัง มาดูกันครับว่ากิจกรรมในวันสงกรานต์มีอะไร...

หากจะพูดถึงกิจกรรมในวันสงกรานต์ นับว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปมากแล้วนะครับ เด็กสมัยนี้มักคิดว่าวันสงกรานต์มีแค่เพียงการสาดน้ำกันและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว ยังมีอื่นๆ อีก ดังนี้

- การทำบุญตักบาตร ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้ตัวเอง และ อุทิศส่วนกุศลนั้นแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญแบบนี้มักจะเตรียมไว้ล่วงหน้า นำอาหารไปตักบาตรถวายพระภิกษุที่ศาลาวัด ซึ่งจัดเป็นที่รวมสำหรับทำบุญ ในวันนี้หลังจากที่ได้ทำบุญเสร็จแล้ว ก็จะมีการก่อพระทรายอันเป็นประเพณีด้วย

- การรดน้ำ เป็นการอวยพรปีใหม่ให้กันและกัน น้ำที่รดมักใช้น้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา

- การสรงน้ำพระจะรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด และบางที่จัด สรงน้ำพระสงฆ์ ด้วย

- บังสุกุลอัฐิ กระดูกญาติผู้ใหญ่ที่ตายแล้ว มักก่อเป็นเจดีย์ แล้วนิมนต์พระไปบังสุกุล

- การรดน้ำผู้ใหญ่ คือการไปอวยพรให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ครูบาอาจารย์ ท่านผู้ใหญ่มักจะนั่งลงแล้วผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือกับน้ำรดที่มือท่าน ท่านจะให้ศีลให้พรผู้ที่ไปรด ถ้าเป็นพระก็จะนำผ้าสบงไปถวายให้ท่านผลัดเปลี่ยนด้วย หากเป็นฆราวาสก็จะหาผ้าถุง ผ้าขาวม้าไปให้

- การดำหัว ก็คือการรดน้ำนั่นเอง แต่เป็นคำเมืองทางภาคเหนือ การดำหัวเรียกกันเฉพาะการรดน้ำผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ ผู้สูงอายุ คือการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไปแล้ว หรือ การขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ของที่ใช้ในการดำหัวส่วนมากมีผ้าขนหนู มะพร้าว กล้วย และ ส้มป่อย

- การปล่อยนกปล่อยปลา ถือเป็นการล้างบาปที่ทำไว้ เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายให้มีแต่ความสุขความสบายในวันขึ้นปีใหม่

- การนำทรายเข้าวัด ทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิตโชคลาภ ให้มีความสุขความเจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่ขนเข้าวัด

อ่านๆแล้ว บางคนคิดว่าผมแก่แล้ว ยังนะครับ ผมยังเอ๊าะๆอยู่ ฮ่าฮ่าฮ่า เพียงแต่ผมชอบประเพณีไทย และอยากเก็บรักษาไว้ให้ลูกหลานได้รับรู้และสืบทอดต่อไป...

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ

บล็อกโพสโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Sunday, March 22, 2009

ความแตกต่างที่โดดเด่น 10 ข้อ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง

สวัสดีครับ

วันนี้พอดีเครื่องคอมฯที่ใช้อยู่เป็นประจำมีปัญหานิดหน่อยเลย ต้อง Format มันเสียใหม่และตั้งใจจะสังคายนาไฟล์ข้อมูลเก่าๆ ที่รกร้างอยู่เต็มเครื่อง พร้อมจะจัดเก็บข้อมูลใหม่ ให้แลดูเป็นระเบียบ เพื่อการใช้งานต่างๆที่สะดวกขึ้น หลังจากที่ฟอร์แมตเสร็จแล้ว เปิดเข้าไปดูในส่วนของเอกสารทั่วไปที่เซฟไว้เยอะมาก ก็เจอไฟล์เอกสารหนึ่งน่าสนใจดี อ่านแล้วได้แง่คิดดีเลยตั้งใจนำมาโพสให้ได้อ่านกันครับ ผมจำไม่ได้ว่าไปได้บทความนี้มาจากไหน แต่เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวราการ เกี่ยวกับความแตกต่างที่โดดเด่น 10 ข้อ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง... ซึ่งเนื้อหามีดังต่อไปนี้ ติดตามอ่านได้เลยครับ

ผมได้อ่านหนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งเขียนโดย Keith Cameron Smith เรื่องความแตกต่างที่โดดเด่น 10 ข้อ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง และเห็นว่ามันมีความเป็นจริงอยู่พอสมควรจากการสังเกตของผม ดังนั้น จึงขอนำมาเผยแพร่เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ว่าเราอยู่ในด้านไหนของสังคมและจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่ว่าเราจะได้ย้ายจากการมีแนวโน้มที่จะเป็นคนชั้นกลางสู่การเป็นคนรวย

ความแตกต่างข้อแรกก็คือ เศรษฐีนั้นคิดยาวแต่คนชั้นกลางคิดสั้น ว่าที่จริงคนที่คิดสั้นที่สุดก็คือคนจน พวกเขามักจะคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกลางนั้นมักจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน นั่นคือคิดถึงวันเงินเดือนออก แต่คนรวยจะต้องคิดยาวเป็นปีๆ หรือเป็นสิบๆ ปี ในใจของคนจนนั้น เขามักคิดแต่เฉพาะเรื่องของความอยู่รอดเป็นหลัก ในขณะที่คนชั้นกลางคิดถึงเรื่องความสุขสบายจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้า ส่วนคนรวยนั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน เขาต้องการความเป็นอิสระทางการเงิน การคิดยาวนั้นมีพลังมหาศาล เพราะมันจะทำให้เขาอดออมและลงทุนระยะยาวซึ่งจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานาน และนี่คือสูตรสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คนมั่งคั่ง

ข้อสอง - คนรวยพูดเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย คนชั้นกลางพูดเกี่ยวกับสิ่งของ และคนจนพูดถึงเรื่องของคนอื่น นี่คงไม่ได้หมายถึงว่าคนรวยไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งของหรือคนอื่น แต่หมายถึงว่าคนรวยจะพูดถึงเรื่องของคนอื่นน้อยกว่าคนจนและมักจะเป็นคนที่มีแนวความคิดดีๆ หรือมีมุมมองต่างๆ มากกว่าคนชั้นกลางและคนจน เบื้องหลังของนิสัยในเรื่องนี้คงอยู่ที่ว่า คนรวยนั้นมักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนจนซึ่งมักจะชอบ “ซุบซิบนินทา” เป็นนิจสิน ในขณะที่คนชั้นกลางอาจจะเน้นการทำงานประจำ ชอบพูดถึงเรื่องรถยนต์ ดนตรี การพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น

ข้อสาม - คนรวยยอมรับการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางต่อต้านการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ที่ตนเองเคยชิน ในขณะที่คนรวยนั้นคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำมาซึ่งชีวิตที่ดีกว่า เขาคิดว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นมักมีโอกาสที่เขาอาจจะฉกฉวยได้ เบื้องหลังนิสัยนี้อาจจะมาจากการที่คนรวยมีความมั่นใจสูงกว่าคนชั้นกลางที่มักจะกลัวว่าตนเองจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆได้

ข้อสี่ - คนรวยกล้ารับความเสี่ยงที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว คนชั้นกลางกลัวที่จะรับความเสี่ยง นี่เป็นนิสัยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดของคนชั้นกลางในความเห็นของผม คนที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลยนั้นจะพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีโดยสิ้นเชิง ในขณะที่คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่างที่ได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่ความเสี่ยงจริงๆ นั้นจะมีน้อยมาก ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุด ก็คือ คนชั้นกลางส่วนใหญ่นั้นมักจะกลัวการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการเงินที่มีความผันผวนของราคาโดยที่เขาไม่พยายามศึกษาว่าในระยะยาวแล้วมันอาจจะมีความคุ้มค่ากว่าการฝากเงินในธนาคารมาก ในอีกมุมหนึ่ง คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่าง “บ้าบิ่น” เช่นคนที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนรวย คนรวยนั้นจะต้องรับความเสี่ยงเฉพาะที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

ข้อห้า - คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดชีวิต คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนรู้จบที่โรงเรียน นิสัยการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นหัวใจเศรษฐีจริงๆ เพราะในความรู้สึกของผมเอง การเรียนรู้จากโรงเรียนเป็นเพียงพื้นฐานที่เรานำมาศึกษาต่อด้วยตนเองได้ และเวลาหลังจากการเรียนในโรงเรียนนั้นยาวมากเป็นหลายสิบปี ดังนั้น ความรู้ส่วนใหญ่จึงควรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเรียนจบจากโรงเรียน โดยนัยของข้อนี้ คนรวยจึงน่าจะมีนิสัยรักการอ่านหรือการหาความรู้ต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนชั้นกลางนั้น พอเรียนจบก็มักจะไม่สนใจอ่านหนังสือหรือหาความรู้ใหม่ๆ และความรู้ที่ผมคิดว่าคนชั้นกลางพลาดไปเพราะไม่มีการสอนในโรงเรียนก็คือ ความรู้ทางด้านการเงินที่คนรวยมักจะศึกษาต่อเพราะเห็นถึงความสำคัญและอาจนำไปสู่ความร่ำรวยได้

ข้อหก - คนรวยทำงานเพื่อหากำไร คนชั้นกลางทำงานเพื่อจะได้ค่าจ้าง คนรวยมองว่านี่คือหนทางที่จะทำให้รวยได้มากกว่าแม้ว่าจะมีความเสี่ยง ในขณะที่คนชั้นกลางนั้นมักจะไม่กล้าเสี่ยงและอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่า จึงมุ่งไปที่การหางานที่จะมีรายได้แน่นอน แต่รายได้จากการใช้แรงงานของตนเองนั้น มีน้อยคนที่จะทำให้ตนเองรวยได้

ข้อเจ็ด - คนรวยเชื่อว่าพวกเขาจะต้องใจบุญสุนทาน คนชั้นกลางคิดว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะทำบุญ ข้อนี้ผมเองคงไม่มีคอมเม้นท์อะไร ส่วนหนึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่ค่อยบอกหรือรู้กันยกเว้นกรณีที่เป็นการบริจาคใหญ่ๆ อย่างกรณีของบัฟเฟตต์หรือบิลเกต

ข้อแปด - คนรวยมีแหล่งรายได้หลากหลาย คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสองแหล่ง ข้อนี้ก็เช่นกัน ผมเองไม่แน่ใจว่าคนรวยมีรายได้จากหลายแหล่งเพราะรวยแล้วจึงไปลงทุนในทรัพย์สินหลายๆอย่าง หรือมีทรัพย์สินหลายอย่างจึงทำให้รวย แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ คนชั้นกลางนั้น มักไม่ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงทำให้รายได้มักจะมาจากเงินเดือนเป็นหลัก

ข้อเก้า - คนรวยเน้นการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของตนเอง คนชั้นกลางเน้นการเพิ่มของเงินเดือน เป้าหมายของคนรวยนั้นอยู่ที่ว่าตนเองมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนโดยมองที่ภาพรวม ดังนั้น ถ้าเขามีหุ้นอยู่ การที่หุ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเขาก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเสียภาษี แต่คนชั้นกลางพยายามทำงานเพื่อให้มีเงินเดือนสูงขึ้นแต่เขาอาจจะลืมไปว่าเขาจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นด้วย สรุปก็คือ คนรวยเน้นการลงทุนใช้เงินทำงานแทนตนเอง คนชั้นกลางเน้นการใช้แรงงานของตนเอง

สุดท้าย ข้อสิบ - คนรวยชอบตั้งคำถามที่เป็นบวกและสร้างกำลังใจ เช่น ฉันจะสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปีนี้ได้อย่างไร? ในขณะที่คนชั้นกลางชอบตั้งคำถามที่เป็นลบและเสียกำลังใจ เช่น จะหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตเดือนนี้ได้อย่างไร?

และนั่นก็คือ ความแตกต่าง 10 ข้อระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลางที่มีคนตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นจริง แน่นอน คนรวยบางคนก็มีคุณสมบัติที่เป็นแบบคนชั้นกลางและคนชั้นกลางจำนวนมากก็มีนิสัยแบบคนรวย แต่ถ้าเราอยากรวย ผมคิดว่า การยึดนิสัยแบบคนรวยน่าจะทำให้เรามีโอกาสมากกว่า

บทความของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวราการ เกี่ยวกับความแตกต่างที่โดดเด่น 10 ข้อ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง ก็จบแต่เพียงเท่านี้ครับ

พบกันใหม่โพสครั้งหน้าครับ

บล็อกโพสโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Sunday, March 15, 2009

แนวทางและหลักการทำงานโดยใช้หลัก Six Sigma

Six Sigma - DMAIC

สวัสดีครับ

วันนี้นั่งเขียนแผนงานและกำหนดกลยุทธ์ในการทำงานเสียใหม่ เพราะเดิมแผนงานที่ตั้งไว้ยังไม่ดีพอ เมื่อนำมาวัดผลแล้วรู้สึกว่าแย่ไปสักหน่อย ในสายตาผมเอง มองไม่เห็นถึงการพัฒนาใดๆเลย งานที่ผมทำอยู่นั้น ก็มี การทำโฆษณาออนไลน์ผ่าน Pay Per Click Program ต่างๆ และ การสร้างบล็อก เพื่อ Review สินค้า หรือ บริการต่างๆ ให้กับเว็บไซต์ Affiliate ที่ผมเป็นตัวแทนอยู่ เพื่อแลกกับค่า Commission งามๆ ผมกำลังมองให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และโฟกัสเพียงจุดเดียว เพื่อทำให้ลูกค้ามีความประทับใจ และเพิ่ม Profit ให้มากขึ้น

หนึ่งในกลยุทธ์หรือแนวทางการทำงานที่วัดผลได้ ที่ผมใช้อยู่ นั่นก็คือ แนวทางหลักการทำงานโดยใช้หลัก Six Sigma ซึ่งเป็นแนวทางในการปฏิบัติที่เป็นที่นิยมเพื่อบรรลุถึงความสามารถของกระบวนการในระดับ Six Sigma ที่เป็นที่นิยมและยอมรับกันทั่วโลกประกอบด้วย 5 ชั้นตอน (DMAIC - ดีมาอิก) ได้แก่

1. กำหนดเป้าหมาย (Define Target) การกำหนดปัญหาและเป้าหมายอย่างชัดเจน ว่าอะไร ส่วนไหน ที่จำเป็นต้องปรับปรุงและจะปรับปรุงให้ถึงระดับไหน

1.1 หาจุดบกพร่องของผลิตภัณฑ์ หรือ กระบวนการทำงาน (Process)

- ขนาด/ผลกระทบปัญหา
- ต้นเหตุก่อให้เกิดปัญหา
- เวลาที่เกิดระยะเวลานานเท่าไร

1.2 ศึกษาจากมาตรฐานการทำงาน (Performance Standard)

2. การวัดความสามารถของกระบวนการ (Measure) เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เข้าใจสภาพของระบบและกระบวนการที่มี หรือใช้อยู่ ในปัจจุบัน ต้องมีความเข้าใจว่าจะวัดอะไร วัดอย่างไร วัดที่ไหน เมื่อไหร่ จึงจะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ หลังจากที่ได้กำหนดประเด็นปัญหาไว้อย่างชัดเจน

1.2 ประเมินปัญหา

2.2 วัดจากระบบปัจจุบัน

2.3 เปรียบเทียบความเห็นของลูกค้าที่รับสินค้าหรือบริการ

3. การวิเคราะห์สาเหตุปัญหา (Analyze) เป็นการเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุในการที่ทำให้เกิดความคาดเคลื่อน และการเปลี่ยนแปลงแบบหลากหลาย( Variability ) ในกระบวนการ และการทดสอบสมมุติฐานเพื่อหาทางขจัดปัญหา

3.1 การวัดทำให้สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ โดยดูจากข้อมูล ประกอบ จัดทำเครื่องวัดข้อบกพร่อง

3.2 ทำการวิเคราะห์จากต้นเหตุ Root Causes

3.3 ชี้ให้เห็นการแปรปรวนของกระบวนการ (Process)

4. การปรับปรุงโดยเน้นที่ต้นเหตุของปัญหา (Improve) การพัฒนาหรือการปรับปรุงสมรรถนะและประสิทธิภาพของกระบวนการ เป็นการแสวงหาและพัฒนาวิธี ที่จะนำมาขจัดปัญหา รวมไปถึงการสร้างระเบียบและแผนผังของการจัดการ เพื่อลดปัญหา

5. การควบคุมกระบวนการที่มีผลกระทบ (Control) เป็นการพยายามที่จะควบคุมรักษาระดับสมรรถนะของกระบวนการที่ได้รับการปรับปรุงแล้วให้คงอยู่ในระดับที่น่าพอใจตลอดไป

ไม่ว่าจะบริษัทฯ หรือ แม้แต่ตัวคุณเอง ที่กำลังมองหาทางแก้ไขปัญหาเรื้อรังด้านคุณภาพ และปัญหาในเรื่องที่งานคั่งค้างเป็นคอขวดอยู่ตลอดสิ้นเดือน จนทำให้ต้องมีการทำงานนอกเวลาเพิ่มขึ้น อันเป็นเหตุให้เกิดอาการงบประมาณบานปลายตามมา หรือ ต้องมานั่งทำ OT กันให้เหนื่อย กลับบ้านดึกดื่น แล้วล่ะก็แนวทางหลักการนี้อาจช่วยคุณได้!!!

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเริ่มพัฒนาการทำงานของคุณเอง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองนำแนวทางหลักการ Six Sigma นี้ไปปรับใช้ดูกับการทำงานของคุณดูนะครับ

บล็อกโพสโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)