ภาพพุทธประวัติสวยงาม พร้อมคำบรรยายภาพ

สำหรับการเขียนคำบรรยายตามภาพประกอบนี้ ผมเขียนขึ้นจากที่ได้อ่านได้ศึกษาเรียนรู้ตามๆ กันมานะครับ (เขาเล่ามาอย่างไรก็ว่าตามนั้น) หากผิดพลาดประการใด...

ร้านค้าออนไลน์ ทำไว้ขายคนต่างชาติ ขายดีทีเดียวเชียว

หลังจากตั้งใจหันมาโฟกัสงานด้าน eCommerce ผมก็เริ่มทำเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อขายสินค้าออนไลน์และวางแผนขายทั่วโลกผ่านเว็บบริการต่างๆ อย่างเช่น อเมซอน อีเบย์ และที่อื่นๆ เพื่อใช้เป็นสื่อในการโปรโมต เว็บ www.aromascented.com ที่ผมทำขึ้นมา ซึ่งเป็นเว็บที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องหอม น้ำมันหอมอโรม่าสปา...

บล็อกกระผมเองครับ BeBoyzself.com

ติดตามเรื่องราวความเป็นบอยซ์ได้ที่ www.beboyzself.com บล็อกที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวในชีวิต ความฝัน เป้าหมาย ความผิดพลาดของชีวิต และ การเดินทางท่องเที่ยวของนายบอยซ์ สนุกบ้าง ฮาบ้าง เศร้าบ้าง ก็เพราะมันคือชีวิต!! คุณพร้อมที่จะก้าวเดินเคียงข้างไปกับเรื่องราวต่างๆ ผ่านบล็อกของผมแล้วรึยัง?

ไม่รู้มันประท้วงอะไรกัน รูปติดมากะธีมนี้

รูปนี้สงสัยจะออกมาประท้วง พรบ นิรโทษกรรม แน่ๆ เลย ขนาดฝรั่งหัวแดงมันยังด่า พรบ here 5 นี้เลย อายเค้ามั๊ย!! ผู้นำประเทศหญิงคนแรกของใคร เอ๊ย... ของไทย หึหึ

ไปปั่นกันเถอะ วันนี้คุณออกกำลังกายแล้วหรือยัง?

ช่วงนี้กระแสปั่นจักรยานมาแรงจริงๆ ครับ การปั่นจักรยานเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรเร็วจนเกินไป เคารพกฎจราจร และดูแลความปลอดภัยตัวเองให้ดี เมื่ออยู่บนท้องถนนด้วยนะครับ ขอให้สนุกกับการปั่นครับ เจอผมปั่นอยู่เข้ามาทักกันได้นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก...

Showing posts with label Travel. Show all posts
Showing posts with label Travel. Show all posts

Wednesday, December 9, 2009

ทริปเที่ยวเชียงคาน 6-8 ธค 52 หนาวได้ใจจริงๆ Chiangkarn Loei

เท่แบบหนาวๆ สไตล์นายบอย สวัสดีครับ...

ห่างหายไปนานกับการเขียนบล็อกตัวเองแห่งนี้ กลับมาอัพเดทกันบ้างดีกว่า ช่วงที่หายไปก้อทำงานๆๆ ขายของๆๆ อย่างเดียวเลย ไม่มีเวลาพักสักเท่าไร เหนื่อยดี ตื่นแปดโมง นอนเที่ยงคืน เป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว แต่มีรายได้มากขึ้น มั่นคงขึ้นอีกหน่อย...

มาอัพเเดทบล็อกครั้งนี้เพราะว่าไปเที่ยวเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยไปมาแล้วรอบหนึ่งเมื่อปีกว่าๆ โน้น ไปครั้งนี้มีหลายอย่างเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปมากเลยก็ว่าได้ มีร้านค้ามากขึ้น ขายโปสการ์ด ขายเสื้อ เปิดร้านกาแฟ เพียบๆ กันเลยทีเดียว...

ก่อนหน้านี้เคยคิดกับแฟนว่าจะไปเปิดร้านขายของเหมือนกัน (ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่) แต่ว่าบ้านที่เขาให้เช่ากันนั้นเต็มหมดเสียแล้ว น่าเสียดายมากๆ ไปเที่ยวเชียงคานครั้งนี้สนุกมาก ไปกับแฟนสองคน ได้เที่ยวรอบๆ เชียงคานเสียทั่วเลย

เช้าวันแรกที่ไปถึง 6/12/52 ถึงตอนตีห้ากว่า ลงจากรถทัวร์เราทั้งสองก็เดินไปตลาดเลย ซึ่งไม่ไกลมากนักอยู่ตรงข้าม ซอยศรีเชียงคาน 9 เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึงแล้ว ลมที่พัดมาถูกหน้าเย็นมากเหมือนโดนน้ำแข็งลูบหน้าเลยทีเดียว ต้องรีบหาหมวกไหมพรม (แม่ถักให้)มาใส่กันน้ำค้างลงหัวกันเลย ถึงตลาดนั่งกินกาแฟ 1 ถ้วย ปาท่องโก๋ 3 ตัว ไข่ลวก 2 ฟอง อิ่มไปหนึ่งมื้อ กินกันหนาว แฮะ แฮะ ร้านป้าหน้าตลาดสดเชียงคานเจ้าประจำ

เราพักที่โรงแรมสุขสมบูรณ์จองไว้สองคืน จริงๆว่าจะไปพักที่เรือนแรมลูกไม้ ไม่ก็บ้านต้นโขง แต่ห้องพักเต็ม เลยจำใจพักที่สุขสมบูรณ์ เราได้ห้องที่เก่ามาก น่ากลัวสักเล็กน้อย (คราวหน้าไม่เอาแล้ว ไม่กล้าบอกลุงให้ทำห้องใหม่ได้แล้ว ห้องพัดลมฝั่งซ้ายเก่ามากกกก) วันแรกที่ถึงเราเดินเล่นทั่วเชียงคานเลย แล้วไปนอนนวดตัว ป้าๆที่นวดถามว่าไปทำไรมาขาแข็งไปหมดเลย (ก็เราเล่นเดินตั้งแต่ตีห้าจนเที่ยงเลยอ่ะป้า หึหึ) ห้องมันเต็มรอห้องทำความสะอาด ได้เข้าห้องก็บ่ายสองแล้ว อาบน้ำนอน ตื่นโน้นเกือบหกโมงเย็น ล้างหน้าออกไปหาของกิน อาหารที่เชียงคานรสชาดดีเกีอบทุกอย่างที่เราสั่ง แต่ละมื้อไม่แพง ตกสามร้อยกว่าบาทเอง กินแบบจุกกันเลยทีเดียว ส่วนใหญ่จะสั่งพวกปลาเป็นตัวๆ ทอดบ้าง นึ่งบ้าง อร่อยมั่กๆๆ ต้มโคลงปลาเนื้ออ่อนก็อร่อยดีรสกลาง พูดแล้วหิว...

วันที่สองเราตื่นแต่เช้าเพื่อจะเช่ามอเตอร์ไซต์ขี่ไปภูทอก เพื่อดูทะเลหมอก แต่ว่าเราเอ็นจอยกับการกินที่ร้านจำเลยนานไปสักหน่อย ไหนจะ Waffle ไหนจะไข่กระทะ โอ...เลยทำให้เราไปดูทะเลหมอกเอาตอนใกล้จะสิบโมงเช้าแล้ว แต่ก้อยังสวยอยู่ หมายถึงยังมีหมอกอยู่ แฮะ แฮะ


คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

หลังจากที่เราดูทะเลหมอกแล้ว ก็ไปแก่งคุดคู้ต่อ และก็กินส้มตำแถวนั้น ครั้งแรกที่เรามานั้นเราปั่นจักรยานกันมา แต่ครั้งนี้มอ'ไซต์ ไม่เหนื่อยแล้ว ก่อนกลับที่พักแวะซื้อมะพร้าวแก้วฝากที่บ้านสองโลครึ่ง แบกกลับอีกเรา ยอมเพราะอร่อย

แก่งคุดคู้ จังหวัดเลย คลิกที่รูปเพื่อแสดงรูปใหญ่
ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ... จบดื้อๆ เลย อิอิ

ปีใหม่นี้ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในสิ่งที่คิดหวังไว้ทุกประการนะครับ แล้วอย่าลืมหาเวลาพักผ่อนกันด้วยนะครับ ทำงานหนักกันมาทั้งปีแล้ว สุขภาพแข็งแรงถ้วนทั่วนะครับ

แล้วพบกันใหม่โพสต่อๆไป

บล็อกโดย: พชร ตั้งสกุลนาราธร [บอย] (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Tuesday, February 3, 2009

ไปพักผ่อนที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า ตอนที่ 2


ต่อมาจากครั้งที่แล้วกันครับ เช้าวันอาทิตย์ หลังจากที่ผมได้ปลุกแฟนมาล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว เราตั้งใจจะเดินไปน้ำตกเจ็ดคด ซึ่งอยู่ห่างจากที่เราพักประมาณ 1.2 กิโลเมตร ต้องเดินเข้าป่าไป พวกเราไปกันทั้ง 5 คน ส่วนอีก 3 หลับยังไม่ตื่นกัน พวกเราจึงเดินเข้าป่าไปเรื่อยๆตามทาง ซึ่งระหว่างทางจะที่ป้ายและลูกศรชี้บอกตลอดทาง อันนี้ไม่ต้องกลัวหลงครับ เราเดินไปถึงน้ำตกเจ็ดคดเหนือ ซึ่งเป็นน้ำตกแรกที่เราจะเจอ ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาทีเห็นจะได้ ทางเดินก็จะเป็นแบบขึ้นเขาบ้าง ลงเขาบ้างสลับกันไป เล่นเอาหอบ เหนื่อยเหมือนกันครับกว่าจะถึง เจ้าเกดเดินบ่นตลอดทางว่าจะกลับออกไป เดินไม่ไหวแล้ว แต่จริงๆ ผมว่ามันไม่ได้ไกลเลย หากเราเดินกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ แป๊บเดียวก็ถึงครับ หรือพวกเราอาจรู้สึกว่ามันไกล เพราะเสียงบ่นของเกด หรือป่าวไม่รู้ 555 เส้นทางเดินไม่น่ากลัวนะครับ สามารถนำเด็กๆเดินเข้าไปได้ แต่ถ้าเป็นฤดูฝน ผมไม่แนะนำให้พาคนสูงอายุและเด็กเดินเข้าไปนะครับ


ขากลับจะเห็นป้ายนี้ครับ อีก 1 กิโลเมตร

เมื่อพวกเราเดินมาถึงน้ำตกก็รู้สึกเย็นขึ้นมาทันทีเลยครับ แต่ช่วงที่เราไปกันนี้เป็นช่วงแล้ง น้ำน้อย แต่บรรยายกาศโดยรอบยังสวยอยู่ ผมคิดในใจอยู่ว่าจะชวนแฟนมาอีกช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือไม่ก็ช่วงที่กำลังเข้าหน้าหนาว แล้วจะกลับมาที่น้ำตกนี้อีก ผมว่ามันต้องสวยมากแน่ๆ

เราใช้เวลานั่งเล่นนั่งคุย ถ่ายรูปเล่นที่น้ำตกเจ็ดคดเหนือสักพักใหญ่ ก็เริ่มมีคนตามเข้ามาจำนวนหนึ่ง พวกเราจึงเดินกลับที่พัก ที่แรกผมคิดจะเดินไปต่อน้ำตกเจ็ดคดกลาง น้ำตกเจ็ดคดใต้ และ น้ำตกเจ็ดคดใหญ่ แต่เพื่อนๆไม่เอากันแล้ว เพื่อนๆที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นเกดครับ ดูท่าคนอื่นๆคงอยากจะเดินไปต่ออีก ไม่เป็นไรผมคิดในใจว่าจะมากับแฟนอยู่แล้ว คราวหน้า ครั้งนี้ยอม!!!

เรากลับมาถึงเต้นท์เวลานั้นใกล้ 8 โมงเช้าแล้ว สิ่งที่เราเห็นคือ มาส แอ๊น และโจ้ ตื่นมานั้งทำอาหารให้พวกเรากิน ทีแรกพวกเราคิดว่ายังจะไม่ตื่นกัน วางแผนว่าจะให้จอยกะอูมไปล้างจานของคืนก่อน ส่วนผม ยุ้ยและเกดจะเตรียมอาหารเช้า ดันกลายเป็นว่า พวกเราไปเดินเที่ยวกลับมาก็ได้กินกันเลย อาหารเช้าเราง่ายๆครับ มีขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก แฮม กาแฟ โอวัลติน แค่นี้ก็อิ่มกันทุกคนแล้ว หลังจากนั้น พวกเราเริ่มทยอยกัน เก็บข้าวเก็บของ อาบน้ำ และตกลงว่าจะไปเที่ยวต่อที่เขื่อนป่าสัก ลพบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้านี้ ประมาณ สี่-ห้าสิบกิโล เห็นจะได้

ขณะที่เรามาถึงเขื่อนป่าสัก มี เกด โจ้ ยุ้ย และผม อีกคันยังมาไม่ถึง เพราะหลงทาง พวกเราจึงตัดสินใจว่าคงนานแน่ๆกว่าจะมาถึง เลยนั้งรถรางชวนเขื่อนกัน ค่ารถ 25 บาทต่อคน สุดเขื่อนป่าสักจะมีพระสีขาวองค์ใหญ่ คือ หลวงปู่ใหญ่ป่าสัก ซึ่งเราทั้งสี่ได้ลงไปสักการะ กราบไหว้กัน องค์ท่านใหญ่มากและสวยด้วยครับ หลังจากนั้นรถรางก็พาเรากลับไปจุดตั้งต้นใหม่ พร้อมๆกับที่เหล่าผองเพื่อนเรามาถึงและแวะกินข้าวเที่ยงแถวๆนั้น ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ บ้านใครบ้านมัน



ทริปนี้สนุกดีครับ นานๆได้เปลี่ยนบรรยายกาศบ้าง แถมประหยัดงบอีก เที่ยวสองวัน หนึ่งคืน ตกคนละเจ็ดร้อยกว่าบาทเอง จริงๆอาจจะถูกกว่านั้น ถ้าเราไม่ซื้อของกันเยอะมาก เพราะของเราเหลือกันบานเลยครับ จริงๆถ้าวางแผนดีกว่านี้นิดเดียว อาจจ่ายคนละแค่ห้าร้อยก้ออยู่แล้วทริปนี้ ครั้งหน้าเอาใหม่ แหะแหะ

จริงๆมีเรื่องราวเยอะแยะมากที่จะเขียนต่อ แต่พอดีกว่ากลัวว่า เดี๋ยวจะเบื่ออ่านกัน...จบแค่นี้ครับ

บล็อกโพสโดย: บอย - พชร (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Wednesday, January 28, 2009

ไปพักผ่อนที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า ตอนที่ 1

เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไปนอนกางเต้นท์ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า การเดินทางทริปนี้ไปกับพวกเพื่อนๆแฟนผม ทั้งหมด 8 คน รวมตัวผมด้วย พอดิบพอดีเลขสวยมากๆ มี มาส, แอ๊น, จอย, แฟนจอย, โจ้, เกด, ยุ้ย และผม พวกเราวางแผนกันตั้งแต่วันพฤหัสฯ โดยวันศุกร์ก่อนวันเดินทางยุ้ยและเกดได้นัดไปซื้อข้าวซื้อของ เตรียมเสบียงไว้ให้พวกเราได้อิ่มท้องกัน โดยงบเริ่มแรกอยู่ที่คนละ 500 บาท ทั้งสองคนเตรียมหมักหมูไก่และอื่นๆ อีกเยอะมากๆ จนดึก ได้ยินมาแบบนั้น แต่ทั้งสองก็ยินดีเสมอ แหะ แหะ ผมไม่ได้ช่วยอะไรเลย อายจัง รอกินอย่างเดียว ฮ่าฮ่าฮ่า

เมื่อวันเดินทางมาถึงผมนัดกับยุ้ย(แฟนผม)หน้าหมู่บ้านเกด ตอน 9 โมงเช้า และนัดเพื่อนๆไว้ตอน 10 โมงเช้า กะล้อหมุนเริ่มเดินทางประมาณ 10.30 น. ประมาณนั้น ช่วงเช้าที่ผมไปถึงบ้านเกดก็เห็นจอยกะแฟนจอยมาคอยอยู่ก่อนแล้ว มาแต่ไก่โห่เลย จอยเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ว่าพวกเราเปลี่ยนเวลาเดินทางเป็น 10 โมง (เดิมนัดเวลากัน 7-8 โมงเช้า) เอาเป็นว่ามาคอยเก้อไป 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น ผม ยุ้ย และเกดก็ออกไปซื้อของต่างๆ เพิ่มอีก ที่ยังขาดเหลืออยู่ เรา 3 คน ซื้อของเสร็จจนกลับถึงบ้านเกดแล้ว ตอนนั้นเวลาประมาณ 10 โมงเห็นจะได้เลย มาถึงบ้านปรากฏว่ายังไม่มีใครมาสักคน สรุปกว่าจะมาครบองค์ปาเข้าไปสิบเอ็ดครึ่ง 555 พวกเราพร้อมเพรียบกันเสมอ

พวกเราออกเดินทางจากบ้านเกดตรงตลาดปัฐวิกรณ์เลี้ยงเข้ามอเตอร์เวย์ วิ่งเส้นบางปะอิน รถเยอะมากๆครับ เล่นเอาหงอยกันไปเลย แต่พวกเราก็เล่นถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ แก้เซ็งครับ


หลังจากนั้น พวกเราก็แวะซื้อของที่ Lotus ก่อนจะเดินทางต่อเข้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า เหตุที่ต้องซื้อของเพิ่มอีก อย่างเช่น น้ำแข็ง และอื่นๆ เพราะว่าข้อมูลที่พวกเราหาในเว็บไซต์ต่างๆ เกี่ยวกับ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า นั้น บอกพวกเราว่า ข้างบนศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า ไม่มีของขาย โกหกกันเห็นๆข้อมูล จริงๆผมจะบอกว่า บนศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า มีร้านสวัสดิการขายของ ขายน้ำ ขายอาหาร ครับ (ร้านจะปิดเวลาห้าทุ่ม มีจักรยานให้เช่าด้วยนะครับ ชั่วโมงละ 50 บาท วันละ 200 บาท) แต่พวกเราก็ซื้อเต็มคาบ แบกขึ้นกันไปเสียแล้ว จริงๆอยากแนะนำว่า อย่างพวกน้ำ หรือ น้ำแข็ง ไปซื้อที่ร้านสวัสดิการเอาก็ได้นะครับ จะได้ต้องขนไปเยอะ แต่ถ้าใครไปทำกินเองแวะซื้อแก๊สกระป๋องจาก Lotus ไปเลยนะครับ ข้างบนไม่มีขาย หรือจะเอาแก๊สปิกนิคไปเลยก็สะดวกดีอีกแบบ

รีสอร์ตที่นี้สวยมากๆครับ อ่านไปเรื่อยนะครับ เดี๋ยวช่วงหลังๆ ผมจะรีวิวเกี่ยวกับศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด โป่งก้อนเส้านี้ให้อ่านกันครับ





รีสอร์ตสวย น่านอนมากๆ

พวกเรามาถึงเวลาประมาณบ่ายสองกว่าเห็นจะได้ หลังจากลงทะเบียนเสร็จ ก็ไปจับจองที่กางเต็นท์นอนกัน



พวกเราใช้เวลาขนของและกางเต้นท์กันเร็วมาก เต็นท์ 4 หลัง ใช้เวลาไปไม่น่าจะเกิน 20 นาทีได้ และสิ่งที่เราเริ่มลงมือต่อจากนั้น คือ กิน กิน กิน และกิน พวกเราเริ่มกินกันตั้งแต่บ่ายสามจนถึงเที่ยงคืนครึ่ง โอ้แม่เจ้า

ช่วงเย็นๆระหว่างที่ผมคุยกับมาสเกี่ยวกับเตาพกพาที่ใช้แก็สกระป๋อง ตอนนั้นในใจกำลังคิดถึงน้องอยู่คนหนึ่ง ชื่ออ้น เจ้าของเว็บไซต์ ศูนย์กิจกรรมเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พอเงยหน้าขึ้นมา สิ่งที่ผมเห็นคือ เจ้าอ้นมันกำลังเดินผ่านหน้าผมไปครับ แทบช็อก งงมาก บังเอิญจริงๆ โลกมันคงจะกลมจริงๆ 555







ผมเริ่มเข้านอนตอนใกล้เที่ยงคืนแล้วเห็นจะได้ อากาศยามค่ำคืนนั้น ไม่หนาวมากนั้น เย็นๆ ท้องฟ้าสวยมาก เต็มไปด้วยดวงดาว เสียแต่ว่าลมแรงไปสักหน่อย ทั้งคืนผมนอนผวาด เพราะลมตีเต็นท์ ดังมาก อยู่บ่อยครั้ง

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นมาตอนตี 5 ครึ่ง เดินไปเข้าห้องน้ำมาหนึ่งรอบ มาปลุกแฟนที่นอนอยู่ห่างกันอีกสองช่วงเต็นท์ เพื่อจะชวนไปดูพระอาทิตย์ขึ้น และเดินสูดอากาศยามเช้าแบบสองต่อสอง (ในใจคิดไว้) กะจะสวีทเต็มที่เลยเรา...

แต่เจ้ากรรม...เพื่อนๆของแฟนดันตื่นจะไปเดินด้วยเสียนั่น แห้วเลยเรา... อ่านต่อ ตอน 2 เร็วนี้

บล็อกโพสโดย: บอย - พชร (อ่านว่า พะ-ชะ-ระ)

Sunday, November 9, 2008

เที่ยวสวนสนประดิพัทธ์กับการรถไฟไทย 100 บาท

เหตุเพราะเครียด พักผ่อนน้อย หาเงินๆๆและหาเงิน สมองตื้อไปหมด จนแฟนชวนไปเที่ยวหัวหินแบบ Low Cost 100 บาท อิอิ ;-)

ตั๋วไปกลับอย่างยาวเลย บรรยากาศยามเช้าของสถานีรถไฟบางซื่อ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยวสวนสนประดิพัทธ์ที่หัวหินมาครับ พาหลานไปเล่นน้ำทะเลมาด้วย การเดินทางไปครั้งนี้ พวกเราเดินทางโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย

ซึ่งเขามีทริปท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆด้วยรถไฟ อย่างทริปที่ผมได้ไปมานี้ คือ กรุงเทพ - สวนสนหัวหิน ราคาทริปนี้ถูกแสนถูกครับ หัวละ 100 บาทเอง รถไฟจะออกเวลา 6.40 น. และจะแวะให้ไหว้พระปฐมเจดีย์ที่นครปฐมก่อนให้เวลาลงไปไหว้ 40 นาที จำได้ว่าถึงนครปฐมตอนสักประมาณ 8 โมงเช้า

หลังจากนั้น รถไฟจะเดินทางต่อไปยังสวนสนประดิพัทธ์เลย และให้เวลาพักผ่อนหรือจะลงเล่นน้ำทะเลก็ได้นะครับ เป็นเวลาอีก 4 ชั่วโมง โดยเราจะเดินทางถึงสวนสนประดิพัทธ์ที่หัวหินก้อราวๆ 10 โมงกว่าเกือบ 11 โมงเห็นจะได้ และรถไฟจะมารับอีกทีตอน 15.20 น.


อยากชวนเพื่อนๆพี่ๆไปเที่ยวพักผ่อนกันครับ ทำงานหนักแล้ว ควรพักผ่อนบ้าง ผมเองชอบการเดินทางแบบนี้มาก ประหยัด สนุก และหายเครียดดี ยังคิดว่าจะไปอีกและอาจจะไปนอนพักสักคืน เพราะเขามีห้องพักให้เช่าด้วยนะครับ ติดริมหาดเลย แต่ผมกะจะไปกางเต้นท์นอนเอาครับ นอนมันริมหาดนั้นแหล่ะ หากเจ้าหน้าที่อนุญาต แหะแหะ ไปครั้งนี้ก้อเก็บภาพมาฝากกันด้วยนะครับ

หลานสาวจอมซน น้องการ์ตูนกะแม่บี ทริปนี้สู้ตาย ถูกมาก ขอไปด้วยคน ถูกจริงๆ ก๋วยเตี๋ยวห่อ 5 บาท อร่อยดี

ฝากสถานที่เที่ยวสวยๆและโครงการดีๆของการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วยนะครับ อ้อ แนะนำครับว่าตอนขากลับ อย่าลืมซื้อก๋วยเตี๋ยวห่อ 5 บาท กับ หมี่กล่อง 10 บาท ทานด้วยนะครับ เขาจะมาเดินขายบนรถไฟเลย ขอบอกว่า อร่อยมั่กๆครับ อีกอย่างที่แนะนำคือ ไก่ย่างที่นครปฐม อร่อยมาก ซื้อตอนขาไปนะครับ เอาไปกินริมหาดก้อได้ (ลักษณะไก่คล้ายๆไก่จิระพันธ์อ่ะครับ ออกเหลืองหน่อย)

อีก 3 วันก้อจะ ลอยกระทง แล้วคิดไว้หรือยังครับ ว่าจะไป ลอยกระทง ที่ไหน

ยังไงก้อดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

BoyD

Sunday, September 21, 2008

อยากเปิดร้านกาแฟ ทำ Home Stay ขายโปสการ์ด ขายเข็มกลัด

เรื่องส่วนตั๊ว ส่วนตัว พรุ่งนี้จะครบรอบวันเกิดอีกแล้ว ต้องตื่นใส่บาตรแต่เช้า ปกติใส่ทุกปีอยู่แล้วแหล่ะ :) ก่อนเข้านอนวันนี้ ขอเข้ามาเขียนบ่นๆ สักหน่อย

คือว่า วันนี้มีเรื่องให้ได้คิดหลายอย่างหลายเรื่องมากๆ หนึ่งในเรื่องที่คิด คือ การเปิด Home Stay ในต่างจังหวัด พร้อมกับเปิดร้านกาแฟไปในตัวด้วยเลย ซึ่งเดิมคิดไว้ เมื่อครั้งที่ได้เดินทางไปเที่ยวที่เชียงคาน จังหวัดเลย แต่ก็ยังไม่ได้ซีเรียลกับโครงการนี้มากนัก จนมาถึงวันนี้ เหตุเพราะเดิมคอนโดที่เคยอยู่ไม่ต้องเสียค่าเช่าใดๆเลย จ่ายก็แต่ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และอื่นๆ เล็กน้อย ซึ่งคอนโดนี้เป็นของน้าสาว ที่เราเคยช่วยผ่อนให้ประมาณ 2 ปี แต่ปัจจุบันน้าสาวขายไปแล้ว จึงต้องหาที่อยู่ใหม่ และต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นพอสมควร ผมเลยมานั่งคิดว่า หากจะต้องเสียค่าเช่าเรื่องที่พักอาศัยแล้ว ไหนๆก็ไหนๆ ทำไมไม่ลงทุนทำธุรกิจไปเลย จ่ายค่าเช่าที่พักเหมือนกัน แต่ว่ายังได้ทำอย่างอื่นด้วย เลยนึกถึงเมื่อสองสามเดือนก่อนที่ได้ไปเที่ยวดูที่ดูทางที่เชียงคานมา เพราะจะว่ากันจริงๆ การจะมานั่งหารายได้ออนไลน์ หรือ ขายของบนอีเบย์ หรือ รับทำเว็บไซต์ ไปเรื่อยๆแบบนี้ ผมก็เริ่มคิดว่าแล้วเมื่อไหร่จะมีเงินพอเก็บมากขึ้นบ้าง คิดและคิด อย่างน้อยการมีธุรกิจที่จับต้องได้ ก็น่าจะเป็นหนทางอีกหนทางในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ และสามารถให้ครอบครัวเข้ามาช่วยดูแลบริหารต่อก็ยังได้

ด้วยเหตุนี้ ผมตั้งใจที่จะอยู่กรุงเทพอีกสักสี่ห้าเดือน หลังจากนี้ คงต้องมาว่ากันใหม่ว่าจะทำอะไร หากรายได้ออนไลน์ผมยังไม่ถึงเดือนละแสน ผมก็คงทำ Home Stay และ ถ้าหากเกินเดือนละแสน ผมก็คงทำ Home Stay สรุป คือ ทำ แหะ แหะ แล้วจะพูด(เขียน)ทำไม

เชียงคานเป็นเมืองเล็กๆ ไม่วุ่นวาย เงียบๆ แต่ติดอันดับการท่องเที่ยวของไทยที่ฝรั่งมักจะเดินทางแวะเวียนไปเที่ยวเสมอๆ ซึ่งหากต้องการข้ามไปฝั่งลาว ก็เพียงนั่งเรือข้ามฟากไปก็ถึงแล้ว เหมือนนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาหน่ะครับ อีกอย่างที่ผมประทับใจเมืองเชียงคาน คือ น้ำใจของคนชาวเชียงคานครับ

Home Stay เจ้าปุย มาม่าอร่อยมาก ถนนเมืองเชียงคานคึกคักมั่กๆ ถนนรถราเต็มไปหมด สวนสาธารณะเมืองเชียงคาน วิถีชาวบ้าน เรือข้ามฟาก

หากผมขยับขยายย้ายที่อยู่ไปเชียงคานแล้ว จะแจ้งให้ทราบ และเชิญชวนไปเที่ยวกันนะครับ

BoyD